![]() |
|||||||||||
![]() |
|||||||||||
|
|
คู่หญิงชายนั้นมีหลายแบบ
ไม่ได้มีแต่คู่เวรกับคู่แท้ คำว่า
คู่แท้
จะทำให้คุณนึกถึงเพศตรงข้ามที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ
เป็นตัวเป็นตนจับจองกันอย่างถาวรไม่เปลี่ยนแปลง
ซึ่งธรรมชาติไม่ได้มีอะไรอย่างนั้น
ตามกฎเหล็กข้อแรกสุดคือ
ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป
ความรู้สึกด้านดีชั้นแรกในระยะแรกพบสบตานั้น
เป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ
ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆมาด้วยกัน
เป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ
พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน
แน่นอนว่าสายตาทั่วไปมองแล้วย่อมนึกอิจฉา โดยไม่มีใครเข้าใจต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงมีคู่ที่น่าอิจฉาได้ปานนั้น รู้แต่ว่ามีจริง แต่ไม่รู้ว่ามีขึ้นมาได้อย่างไร ต้องต่อว่าใครที่แกล้งลำเอียง ความจริงคือคู่บุญได้รับความยุติธรรมจากธรรมชาติกรรมวิบากต่างหาก แต่อาจเป็นความยุติธรรมที่ลึกลับ เพราะนำอดีตชาติมาแสดงให้เห็นเป็นภาพยนตร์ตามโรงไม่ได้
http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare064.htm
จากที่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัส
ว่าหญิงชายจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็เพราะมีเหตุ
คือต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน
คำว่า "เสมอกัน" นั้น
อย่างน้อยที่สุดคือร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน
มีใจปรารถนาจะรักษาศีล มีใจอยากสละให้
และอย่างน้อยพูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง
ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งเสนอ
อีกฝ่ายนอกจากไม่สนองแล้วยังเอาแต่ขัดๆๆ
http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=70&start=77
ถ้านับตามบันทึกของพุทธ ก็ต้องว่าคนเราแม้อยู่เคียงครองเรือน คนหนึ่งตายแล้วอาจไปสวรรค์ คนหนึ่งตายแล้วอาจไปนรก ใช่จะพุ่งขึ้นหรือไหลลงตามกันเพียงเพราะอยู่เรียงเคียงหมอน มันขึ้นอยู่กับว่าก่อนตายแต่ละฝ่ายเดินอยู่บนทางสวรรค์หรือทางนรกเท่านั้น ตรงข้าม คู่ผัวตัวเมียที่มีบารมีอันได้แก่ทาน ศีล สมาธิ และปัญญาเสมอกัน หรือคล้อยตามกัน ย่อมมีโอกาสได้พบเจอบ่อยกว่าคู่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจิตเป็นกุศลแล้วอธิษฐานสำทับร่วมกันเสมอๆ ก็จะให้ผลแรงเป็นทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ หนักแน่นมั่นคงและเป็น ตัวจริง ของกันและกันอย่างยากจะหาใครมาแทนที่ (ทางนฤพาน บทที่ ๑๐ ผู้วิเศษ)
"บุพเพสันนิวาส"
ตามความหมายอันแท้จริง จะต้องเคยครองคู่ ร่วมทุกข์ร่วมสุข
ฝ่าฟันแล้วสุขสมด้วยกันมาก่อน
มีลูกให้ช่วยกันเลี้ยงดูด้วยกันมาก่อน
มีความจากพรากอันน่าอาลัยมาก่อน
ลานดาวบอกตนเองว่าเข้าใจความหมายที่แท้จริงของ คู่บุญ และ คู่บารมี ก็คราวนี้เอง ถ้าเป็นคู่แท้ที่เคยร่วมบุญร่วมบารมีกันมาก่อน ก็มิใช่ว่าจะต้องด่วนเจอทันใจเสมอไป แต่อาจรอจังหวะเหมาะสมที่เมื่อพบกันแล้วต่างอยู่ในภาวะพร้อมจะร่วมทางกุศลดังเดิมอีกด้วย แรงเหวี่ยงของกรรมใหญ่ฝ่ายกุศลจะดึงดูดให้วิญญาณตามติดกันไปเรื่อยๆ คล้ายดาวแม่กับดาวบริวารนั่นแหละ ตราบใดเรายังมีใจเห็นดีเห็นงามกับกุศลผลบุญของเขา แล้วก็ร่วมกันทำประโยชน์ให้สาธารณชนไม่เลิกรา เกิดใหม่ก็ได้อยู่ด้วยกันอีกเสมอไป เว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาดไปอยู่ภพต่ำ ปล่อยให้อีกฝ่ายโดดขึ้นไปอยู่สูงตามลำพัง ก็อาจคลาดกันระยะหนึ่ง (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๔๑ ชนะกรรม)
การที่มีอัตภาพได้มาเจอกันแล้วรู้สึกดี ก็ถือว่าเป็นบุญเก่าที่ให้ผลเป็นกุศลวิบากอยู่แล้ว นั่นเป็นของในอดีตล้วนๆ นับแต่วินาทีแรกที่พบกัน แม้ว่าวิบากเก่าอาจจะยังให้ผลไม่หมดสิ้น มีแรงหนุนให้อยากคบหา หรือมีความหนุนเนื่องให้เกิดเหตุการณ์ดีๆ ปัจจัยประกอบดีๆ ก็ต้องถือว่าทั้งสองต้องเลือกเอาเอง กำหนดเอาเอง ว่าจะทำปัจจุบันให้เป็นอย่างไร ถางทางอนาคตให้ดีร้ายแค่ไหน จะเลี้ยงความรู้สึกดีต่อกันไว้ได้นั้น บุญเก่าอาจมีส่วนในแง่ของการเอื้อปัจจัย แต่ไม่ได้เป็นประกันชัดเจนเหมือนบุญใหม่แน่นอน http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm#4
คนสองคนที่สร้างบุญมาด้วยกันหากชาติใกล้ชักชวนกันทำทานเป็นงานอดิเรก ต่างฝ่ายต่างก็ได้แดนเกิดร่ำรวยไม่ขัดสน พอมาเจอกัน คบกัน อยู่ด้วยกันไม่ทันไร อยากทำธุรกิจค้าขาย ก็อาจรวยไม่รู้เรื่อง หากชาติใกล้เตือนกันและกันตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ต่างฝ่ายต่างมีรูปร่างหน้าตาต้องใจเพศตรงข้าม พอมาเจอกัน ก็เอ็นดูเสน่หา หลงใหลในกันและกันรุนแรง ชนิดที่ใครอื่นหมื่นแสนก็ทำให้หลงไม่ได้เท่า
หากชาติใกล้อาจจูงมือกันเข้าวัดเข้าวา ฝึกภาวนาให้เกิดความตั้งมั่นทางจิตใจ เจริญปัญญาให้แก่กล้าหวังความหลุดพ้นในที่สุดด้วยกัน ตั้งความปรารถนาว่าจะพบเพื่อเกื้อกูลกันให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ไม่ขวางกันและกันในเส้นทางมรรคผล พอมาเจอกัน ก็เกิดความผ่องใส เย็นรื่น แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆก็อาจเป็นแรงสะกิดอีกฝ่ายให้สงบลงจากทุกข์ และโน้มน้าวกันให้ใฝ่แต่เรื่องแสนดี งดงาม ไม่เป็นที่ระคายต่อกัน เจอพระสงฆ์องค์เจ้าก็แต่ที่ดีๆ ไม่ลุ่มหลงประเภทพาญาติโยมลงเหว http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm#4
มีคู่รักหลายคู่ ที่ทำบุญมาด้วยกันแค่ระดับทาน
อาจรวยร่วมกัน เจอกันยิ่งรวยมหารวยเป็นบ้าเป็นหลัง
แต่ปัญญาที่จะประคองรักร่วมกันอาจขาดไป
ได้กันแล้วก็เบื่อกัน ไม่ต่างกับเสพสมบัติชนิดอื่นๆ
ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงอาจมักมากในกามจนต้องออกไปเลอะเทอะข้างนอก
และคนมีเงินนั้น ผิดศีลได้มากข้อนัก คงไม่ต้องขยายความ http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm#4
คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักกันว่าบุญกรรมที่มีกำลังส่งผลสูงสุด
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008652.htm#2
เกี่ยวกับเรื่องของเนื้อคู่หรือคู่แท้
สังสารสัตว์ที่มาจับคู่กันนั้น
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001630.htm#27
วิธีที่จะเจอคนจริงใจกับเรา ไม่ว่าในด้านความรักหรือธุรกิจ
ไม่ใช่ด้วยความบังเอิญ
ทำนองเดียวกับที่ไม่มีใครงมเข็มในมหาสมุทรเจอโดยปราศจากเครื่องช่วย
ซึ่งในที่นี้ก็คือกรรมนั่นแหละ
คุณต้องเข้าใจหลักกรรมข้อหนึ่ง คือ
เมื่อให้สิ่งใดย่อมไม่สูญเปล่า
ต้องมีการสะท้อนตอบเป็นการได้รับสิ่งนั้นคืนมาเสมอ
ฉะนั้น
หากตอนนี้อยู่ในช่วงรับความไม่จริงใจซึ่งเราเคยทำไว้กับใครมาก่อนก็ช่างเถอะ
เอาเป็นว่า ขอให้สร้างเหตุ
สร้างเครื่องช่วยให้เราไปพบกับคนจริงใจในกาลข้างหน้า
คือพยายามจริงใจกับคนอื่นโดยไม่ย่อท้อ ก็แล้วกัน
หลักการดูคู่ ขอแนะว่าลองชักชวนกันทำบุญ ดูความรู้สึกผูกพันด้านดี จะแน่นอนกว่าการดูฤกษ์ยามใดๆ ครับ แต่ผมก็เข้าใจและเห็นใจ บางคนไม่มีโอกาสเลือกมากนัก ถ้าใครคิดว่าตนเองมีบุญในเรื่องคู่น้อย ผมอยากแนะนำให้ตั้งใจรักษาศีล ๕ อย่างเข้มงวด ทำทานด้วยความเบิกบานอย่างเข้าใจสักพัก มนุษย์เรายกระดับความมีบุญได้ในชาติเดียว เดี๋ยวถ้าบุญถึงขีดบันดาลสุขในปัจจุบันทันตาเมื่อไหร่ บุญนั้นก็จะแปรสภาพเป็นแรงดึงดูดชักนำคนดีๆที่สมกันมาหาเราเองครับ หากถือหลักความจริงนี้ ก็คงเป็นคำตอบไปในตัว ว่าเราจำเป็นต้องเชื่อเกณฑ์ชะตาราศีไหม http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare064.htm เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว ฉบับวันที่ ๑ ธ.ค. ๒๕๔๘
สิ่งที่ควรดู คือเมื่อเข้าคู่กันแล้ว ๒) เกิดแต่เรื่องดีๆเมื่ออยู่ด้วยกันหรือเปล่า (วัดผลของอดีตกรรมที่ให้เป็นวิบากฝ่ายดี)
๓)
ร่วมกันเปลี่ยนอุปสรรคหรือเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้หรือเปล่า
(ดูปัจจุบันกรรมที่เอื้อให้เกื้อกูลร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้แค่ไหน) http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm#1
ชีวิตคู่จะประสพความสำเร็จหรือล้มเหลวใช่ว่าเกิดจากการสำคัญถูกหรือสำคัญผิดในเบื้องต้น ที่ว่าใช่แน่เหมือนกิ่งทองใบหยก วันหนึ่งกลายเป็นใบข่อย ใบมะกรูดไปก็มาก หรือที่ว่าเหมือนดอกฟ้ากับหมาวัด วันหนึ่งหมาวัดกลายเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองก็มีให้เห็น หรืออีกทางหนึ่ง ดูตอนเริ่มต้นว่ารักกันมาก นานไปก็อาจรักกันน้อยลง ดูตอนเริ่มต้นว่ารักกันน้อย นานไปก็อาจรักกันมากขึ้น ของแบบนี้เอาพฤติกรรมปัจจุบันมาเป็นแนวโน้มพอได้ แต่ไม่แน่นอนเท่าไหร่นัก (ทางนฤพาน บทที่ ๑๔ ร่วมทาง)
คู่ที่แตกต่างกันมากอาจมีความสุข มีแรงดึงดูดเข้าหากันในช่วงแรก แต่อาจไม่ใช่อย่างที่แม่เหล็กรักความเป็นขั้วตรงข้ามได้ตลอดเวลา การอยู่กินร่วมกันในระยะยาวต้องการอะไรบางอย่างชวนใจให้อยู่ใกล้กันทุกวันได้โดยไม่อึดอัด ถ้าต่างคนต่างอยากทำสิ่งที่ตัวเองพอใจแล้วลืมเลยว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน หรือมุมไหนของบ้าน วันหนึ่งก็กลายเป็นความห่างเหินโดยปริยาย (ทางนฤพาน บทที่ ๑๔ ร่วมทาง)
ความเข้ากันได้ระหว่างสองบุคคลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นที่ยอมรับว่าลักษณะนิสัยใจคอของคนเราจะก่อลักษณะกระแสจิตประเภทหนึ่งๆขึ้นมา ซึ่งเมื่อใกล้กันก็รู้สึกได้ว่าพอจะ 'รับ' กันได้ไหม ถัดจากนั้นยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆอีก ทั้งความคิด คำพูด และปฏิกิริยาที่กระทำต่อกัน เป็นตัวตัดสินว่าเข้ากันได้สนิทจริงหรือไม่
ตรงนี้น่าคิดว่าถึงจะเคยร่วมบุญกันมา ทว่าเข้ากันยากด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของแต่ละฝ่าย แม้มีเวลากระดี๊กระด๊าด้วยกันในช่วงแรกอยู่บ้าง ต่อไปก็น่าจะฝ่อลงจนแหนงหน่ายในที่สุด เคยทำบุญร่วมกันมาก็เรื่องหนึ่ง ลักษณะกระแสจิตคล้ายกันก็เรื่องหนึ่ง เจอกันแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างก็เรื่องหนึ่ง มีโอกาสใช้เวลาในชีวิตด้วยกันนานช้าแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง
สรุปแล้วหากว่าตามหลักอนิจจัง หญิงชายในสังสารวัฏต่างท่องเที่ยวไปไกลตามลำพัง ผลัดเปลี่ยนเวียนจับคู่ด้วยความผูกพันมากน้อย แล้วถอยฉากจากกันไปเรื่อยๆ หาคู่แท้ถาวรมิได้? ... (ทางนฤพาน บทที่ ๑๐ ผู้วิเศษ)
ในเมื่อยังต้องติดอยู่กับความรักประจำโลก ก็ควรเป็นความรักที่เกื้อกูลกันและกันด้วยธรรมะ อยู่ร่วมกันด้วยกระแสบุญกุศล
หากผูกพันกับใครด้วยกระแสบุญมากกว่ากระแสบาป ก็มักได้เป็นตัวจริงของเขาหรือเธอในที่สุด http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008619.htm#4
การก่อกรรมกับผู้อื่นมีหลักอยู่ง่าย ๆ นะ หนึ่งคือมีเจตนากระทำการกับสิ่งมีชีวิต สองคือสิ่งมีชีวิตนั้นได้รับผลทางกายหรือทางใจสมเจตนาของผู้กระทำ เราทำเวรทำกรรมไปนั้น จะรู้หรือไม่รู้ก็ตามว่าเป็นกรรมเวร อย่างไรวันหนึ่งก็ต้องให้ผล ผมพูดอย่างนี้อาจทำให้หนูนึกได้ นับถูกไหมว่ากี่ครั้งที่หนูพูดอะไรเช่น ชักจะใจอ่อนแล้วซี ทั้งที่ความจริงยังไม่มีใจแม้แต่นิดเดียว
ลานดาวตะลึงคล้ายถูกไฟดูด นั่นเป็นถ้อยคำที่หล่อนใช้เป็นประจำจริงๆ โดยเฉพาะกับนักตื๊อที่ดูดี และท่าทางจะไม่มีพิษมีภัยในภายหลัง จะว่านนทกานต์แอบมาเล่าให้ฟังก็คงยาก เพราะจำได้ว่าหล่อนไม่เคยโปรยคำเด็ดนี้ใส่หูเขา ต้องพิเศษกว่านนทกานต์อีกสักนิดหนึ่งหรอกถึงมีสิทธิ์ได้ยิน
แค่นี้ก็ถือว่าเป็นกรรมที่ต้องได้รับโทษหรือคะ?
ไม่ใช่แค่คำพูดนี้หรอกนะ ทุกอาการ ทุกถ้อยคำที่รวมกันทำให้ใครต่อใครเขาคาดหวังนั่นแหละ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถูกหลอกให้คาดหวังอย่างแรง จบลงด้วยความผิดหวังอย่างหนัก เหมือนเมื่อเรายังอ่อนแอในวัยเด็ก พ่อแม่บอกว่าจะมาแล้วไม่มา เราน้อยใจ เราอยากร้องไห้อย่างไร ก็คือความรู้สึกแบบนั้นคูณเข้าไปด้วยจำนวนหนุ่มๆที่อกหักจากเรา ลองคำนวณเถอะว่าถ้าวันหนึ่งมันย้อนกลับมากระแทกเรา มันจะหนักขนาดไหน
(กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๓ พยากรณ์ดาวเด่น)
ถ้าน้าเค้กมีเวลาสั่งสมกองบุญไว้มาก น้ำหนักน่าจะเกินความหลงผิดในช่วงต้นชีวิตแล้วนี่คะ ทำไมถึง เอ่อ
กรรมดีในชาติก่อนส่งให้ชาตินี้มาเกิดในตระกูลดี เป็นคนมีจิตใจดี พบแต่เรื่องดี แต่ในเรื่องของความรัก ถึงคิวที่กรรมร้ายๆให้ผล การที่หนูเค้กเคยล่อหลอกให้คนอื่นหลงใหลคลุ้มคลั่งรูปตน ปรุงแต่งจิตให้ชาตินี้เป็นคนหลงรูปง่าย และเจอแต่พวกโลเล นิยมรักซ้อน ทอดทิ้งหนูไปหาคนอื่นเสมอ
อเวรายกมือปิดปาก น้ำเอ่อขึ้นปริ่มขอบตาอีก ใช่แล้ว หล่อนเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง อยากได้ความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคง ทว่าก็พบแต่รักฉาบฉวยของคนมาแรงแล้วทิ้งเร็ว รูปแบบก็ซ้ำๆ กันไม่เลิก คือเจอเจ้าชายในฝันที่สมบูรณ์แบบคนแล้วคนเล่า ทว่าต้องเผชิญกับความจริงว่าเจ้าชายเหล่านั้นพบเจ้าหญิงที่ครบพร้อมกว่าตนในเวลาแสนสั้น (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๔๔ กรรมเก่า กรรมใหม่)
อ้อยจะบอกว่าถ้ากรรมวิบากมีจริง เค้กก็ออกดี๊ดี แต่ทำไมถูกทิ้งใช่ไหมล่ะ?... พูดไปเถอะ เค้กรับได้ ไม่ใช่เรื่องเจ็บปวดสักเท่าไหร่แล้ว ปลงตกแล้ว
ปลงว่า... เคยไปทิ้งเขามาก่อน?
ก็คงงั้น เพราะชาตินี้โดนจนชิน จนชา ด้วยวิธีเดิมๆ ตลอด มันคงไม่ใช่เรื่องฟลุก และถ้าธรรมชาติมีเหตุผล ไม่คอยแกล้งใครเล่นตามอำเภอใจ เค้กก็เชื่อว่าเค้กต้องทำคนอื่นไว้ก่อนเกิดมาในชาตินี้จริงๆ เพราะชาตินี้เค้กไม่เคยตั้งใจหลอกให้ใครมีความหวังลมๆ แล้งๆ สักคน...
หญิงสาวพูดด้วยเสียงเรียบสนิท เรียบเสียจนคนฟังไม่รู้สึกเป็นเรื่องน่าสงสาร แต่ขณะเดียวกันก็ได้แรงบันดาลใจที่จะสงบสติอารมณ์ตาม
ถ้าเธอเคยหลอกชาวบ้านไว้ในชาติก่อน ทำไมไม่ติดนิสัยเจ้าชู้ชอบหลอกมาบ้างล่ะ? นั่นคือสิ่งที่อเวราตอบไม่ได้
อาจจะ... เข็ดแล้วอธิษฐาน กลับตัวกลับใจใหม่ในช่วงท้ายมั้ง ไม่รู้ซี ก็ได้แต่เดาส่งประสานักเดาคุยกันนั่นแหละ
ในเมื่อไม่รู้จริง และไม่มีทางรู้ได้ อย่างนี้จะมีประโยชน์อะไรถ้าโทษอดีตกาลปางบรรพ์แต่ครั้งไหน? ก็... ประโยชน์ตรงที่จะได้ตั้งใจ ไม่หลอกคนอื่นให้รอเก้ออีกไง ชาตินี้ใช้ๆ กรรมให้หมดไป ชาติหน้าไม่ต้องเป็นทุกข์อีก (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๓๑ เหตุผลลี้ลับ)
รู้ไหมรางวัลของการเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่แกล้งหลอกให้ใครมาหลงชอบคืออะไร? คนใจเดียวที่ซื่อสัตย์ไม่เป็นอื่น ครองกายอยู่กับคู่ของตนได้ตลอดรอดฝั่ง แม้ถูกทดสอบให้ไขว้เขวก็ไม่วอกแวก รางวัลคือจะทำให้เกิดใหม่เป็นคนมีเสน่ห์จับตา ทรงอิทธิพลบันดาลใจให้เพศตรงข้ามเห็นแล้วอยากตู่ว่าเป็นคู่แท้ เกิดจินตนาการอบอุ่น อยากเคียงบ่าเคียงไหล่ไปตลอดกาล นอกจากนั้นกระแสวิบากยังดึงดูดแต่คนดีๆ มาให้เลือกนับไม่ถ้วน ใครต่อใครเทใจจริงให้เพราะเห็นเรามีค่า ไม่อยากเข้ามาหลอกเล่นเอาสนุกกันเลย ส่วนคนใจคดแม้อยากเข้ามาใกล้ ก็จะเหมือนมีแรงผลักให้ห่างออกไป พยายามเท่าไหร่ก็เข้าไม่ถึงตัวสักที (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๔๔ กรรมเก่า กรรมใหม่)
แล้วทำไมชาตินี้เขาถึงเจ้าชู้นักคะ? ในเมื่อเคยใจบุญออกปานนั้น ซักต่อราวกับเป็นเจ้าของคดีเสียเอง คนเราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ หลงลืมอดีต มองไม่เห็นที่มาที่ไปของคุณสมบัติต่างๆในตน พอเขาพบว่าตนเองเกิดมายังไม่ทันต้องทำอะไรก็หล่อเหลา มีแต่สาวๆมาหลง ก็ย่อมกระหยิ่มในความเป็นคนเจ้าเสน่ห์ กับทั้งเห็นว่าภาวะของเพศชายนั้นได้เปรียบ มีแต่ได้ไม่มีเสีย จึงลำพองในวัยต้นของชีวิตเป็นธรรมดา สรุปว่าผู้ชายอาจเจ้าชู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเคยเป็นคนเลวในอดีตชาติหรือคะ? ในชาติเดียวกัน คนเรายังกลับไปกลับมาระหว่างเลวกับดีได้หลายร้อยหลายพันครั้ง แล้วข้ามชาติข้ามภพมาจะหาความแน่นอนอะไรได้? ถ้าหนูตัดอคติทิ้ง เห็นตามจริงว่าทุกๆ คนต่างก็มีที่มาที่ไปในการก่อกรรมและรับผลกรรม ใจก็จะเป็นกลาง ไม่ต้องทุรนทุรายเรียกหาความยุติธรรมเมื่อเห็นคนน่าหมั่นไส้ยังอยู่ดีมีสุข และไม่ต้องมืดหม่นกับความสะใจสมน้ำหน้าเมื่อเห็นศัตรูประสบทุกข์ปางตาย (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๔๔ กรรมเก่า กรรมใหม่)
ถ้าใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณอย่างเดียว สัตว์ทั้งหลายก็ว่ายตามน้ำตามกระแสกันเกือบหมด วิบากซัดไปทางไหน กิเลสก็หนุนให้ไหลไปทางนั้น ไม่มีสักกี่คนหรอกที่ต้านกระแส หรือกระทั่งมีแก่ใจทวนกระแส ไม่มีทางเป็นตัวของตัวเองได้นานๆ เลยหรือคะ?
ก็มีทางอยู่ การเป็นผู้ชนะกิเลสในทางใดทางหนึ่งได้ตลอดชีวิต คงเส้นคงวาไม่หวั่นไหวแม้ถูกทดสอบหนักหนาเพียงใด นั่นแหละจะกลายเป็นนิสัยติดตัวข้ามภพข้ามชาติในระยะยาวได้ อย่างเช่นถ้าเป็นชายที่มีดีพร้อม แล้วเจอผู้หญิงมาเสนอตัวมากมาย แต่ก็ปฏิเสธด้วยความปรารถนาในรักเดียวใจเดียวตลอดชีวิต ก็จะเกิดนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา เกิดอีกกี่ชาติก็มักซ้ำรอยเดิม คือไม่เป็นคนเจ้าชู้หลายใจไปเรื่อยๆ (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๔๔ กรรมเก่า กรรมใหม่)
ในธรรมบทมีอยู่บทหนึ่งท่านกล่าวไว้ว่าสิริกับกาลีมาอยู่ด้วยกัน
ความวิบัติก็เกิดขึ้นเอง อันนี้เป็นเรื่องจริง ถ้าคิด
พูด ทำต่างกันมากๆ คนหนึ่งไปทางบุญ อีกคนไปทางบาป
อยู่กันก็รังแต่จะมีเรื่องร้อนๆตลอด
และกรรมจะเป็นผู้แยกทางให้ ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย
ฝ่ายดีจะยิ่งได้ไปดีขึ้น
ส่วนฝ่ายร้ายก็จะยิ่งได้ไปเสวยทุกขเวทนาแสนสาหัส
โดยเอาเวลาที่อยู่ร่วมกันนั่นเองเป็นเครื่องสร้างอนาคต
กล่าวคือฝ่ายดีจะได้บำเพ็ญทั้งขันติ ทั้งอภัยทาน
และอีกสารพัด ส่วนฝ่ายร้ายก็จะได้ก่อเวร
ทั้งความเบียดเบียน ทั้งนิสัยถืออำนาจบาตรใหญ่
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/006918.htm#2
เกมกรรมน่ะเล่นยาก เตรียมใจยาก ทุ่มมากไปก็กลายเป็นยึดมั่นถือมั่นผิดตัวได้ เผื่อมากไปก็กลายเป็นหลายใจได้ เอาเป็นว่า เมื่อตัดสินใจอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับใคร ต่างคนต่างก็ไม่ทำเรื่องบาดใจกันด้วยการรักษาศีล ไม่ล่วงละเมิดศีลข้อกาเมฯแน่ๆ จนกว่าจะแยกเตียงเป็นเรื่องเป็นราวก็แล้วกัน โลกนี้นะ ถ้าเอาตามอุดมคติ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ฝ่ายชายเลี้ยงดูและปกป้องภรรยา ภรรยาปรนนิบัติรับใช้สามีด้วยความซื่อสัตย์ มีค่านิยมผัวเดียวเมียเดียว ก็ได้ชื่อว่าทั้งคู่ทำจิตไม่ให้ซัดส่ายสับสน ไม่ต้องชดใช้บาปกรรมทางเพศทั้งชาตินี้และชาติหน้ากันแล้ว ต่อให้ชาตินี้ยังไม่รักกันดูดดื่มปานจะกลืน ศีลสัตย์ก็จะกลายเป็นพลังดลใจให้รู้สึกรักลึกซึ้งเมื่อเจอกันในปรโลกไปเอง (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๔๑ ชนะกรรม)
ตกลงนี่เราจะต้องเวียนว่ายอยู่กับการเจอผู้ชายทิ้งขว้างไปตลอดชีวิตหรือเปล่า เค้กไม่เข้าใจ ทำไมเวรกรรมส่งแต่ผู้ชายห่วยๆ มาให้เลือกตลอด
ถ้าวิธีคิด วิธีฝันถึงผู้ชายของเธอเปลี่ยนแปลง ตัวเลือกที่เข้ามาก็อาจเปลี่ยนไป ถ้ายังคิดเป็นแฟนกับผู้ชายเจ้าชู้น่ะ ลืมได้เรื่องหวังเป็นหนึ่งเดียวของเขา อย่างมากเธออาจเป็นหมายเลขหนึ่งครู่หนึ่ง แล้วที่สุดก็เลื่อนอันดับไปเป็นหมายเลขสอง หรือกระทั่งสามอยู่ดี (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๒๘ โลกกลม)
แล้วจ๊ะหลุดจากบ่วงกรรมได้เพราะหมดแรงส่งของกรรม หรือว่าตามขั้นตอนของผังกรรมนั้นจ๊ะจะต้องเจอพี่แตร หรือว่าเป็นเพราะจ๊ะทำใจสละบาปแล้วอธิษฐานขอพบคนใหม่กันแน่คะ? ทุกอย่างประกอบกัน แต่จุดใหญ่ที่สุดคือจาคะ ความมีใจคิดสละบาปนั่นแหละเป็นตัวประกอบสำคัญสูงสุดในกรณีของหนู เพราะเดิมหนูมีความคิดเอาแต่ได้ เห็นแก่ตัวจัด ถ้าหากไม่เปลี่ยนแปลงตัวตนเดิมๆ ก็จะต้องหลงวนอยู่ในวงโคจรเดิมๆ ไม่อาจเจอคนใหม่ที่ดีกว่า คล้ายสร้างเขาวงกตให้ตัวเองหาทางออกไม่เจอ หรือเหมือนขุดหล่มให้ตัวเองติดอยู่อย่างไม่อาจถอนเท้าขึ้นมาสำเร็จ (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๔๑ ชนะกรรม)
ลองยกตัวอย่างซิว่าเปลี่ยนแปลงตรงไหนได้เจอคู่แท้เร็วที่สุด
อย่าเรียกว่า คู่แท้ เลย เรียกว่า คู่เหมาะ หรือคนที่ดี คู่ควร กับเราดีกว่า หลักการที่พี่สาวของเค้กบอกไว้ ถ้าจะเข้าใจง่ายๆ คือ... เรายกระดับตัวเองสูงขึ้นแค่ไหน โอกาสจะไปเจอคนในระดับนั้นก็มีสูงขึ้น
พิมพ์พรรณีทำหน้าสงสัย จะยกระดับจากตรงไหนก่อนดีล่ะ อ้อยก็ว่าทุกวันนี้อ้อยดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้วนะ ให้รวยกว่านี้ในปีสองปีนี่หมดสิทธิ์แน่เลย ยกระดับฐานะยากนัก ก็ยกระดับจิตใจเป็นไง... ตราบใดที่ใจยังผูกพันกับคนเก่าแปลว่าเธอยังยินดีทุกข์กับทางโคจรของชีวิตแบบเดิม ต่อเมื่อเลิกข้องแวะกับพี่ตู้ของเธอ ไม่ผูกพันแม้เพียงด้วยใจคิดแค้นพี่ตู้หรือครอบครัวเขา นั่นถึงจะสะท้อนการเปลี่ยนบางสิ่งในตัวตนของอ้อย ที่หลุดพ้นออกมาจากอดีตเสียได้
อ๋อ... เข้าใจล่ะ จะให้อ้อยยกโทษ ไม่ติดใจกับครอบครัวพี่ตู้อีก?
ใช่! ทั้งทางผูกพันด้านดีและด้านร้าย ให้ถือว่าเหมือนฝันไป ไม่ต้องไยดีให้เสียเวลาเดินทางไปข้างหน้าเปล่าๆ
เท่านั้นก็ทำให้เกิดแรงดึงดูด พาไปเจอคนใหม่ทันที? ตามหลักการ ไม่ใช่ว่าเธอ พยายาม เปลี่ยนแปลงแล้วทุกอย่างจะแปลกไปในทันที เธอต้องเปลี่ยนให้มากพอ ถึงจะเรียกว่าเป็นการยกระดับจริง คู่ควรกับการพบคนใหม่ที่ดีกว่าจริงๆ (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๓๑ เหตุผลลี้ลับ)
อย่าหาว่าเค้กงมงายนะคะ เค้กเพิ่งไปดูหมอแถวอยุธยามา เขาบอกว่าเค้กหลีกเลี่ยงคนนี้ไม่ได้หรอก แต่อีกไม่นานก็จะต้องพลัดพรากจากกัน คำทำนายช่วยให้เค้กทำใจได้เยอะ
พี่ไม่รู้เรื่องดวงเท่าไหร่ แต่รู้จริงๆ อย่างหนึ่ง คือ ถ้าดวงมีอยู่ ก็คือเส้นทางของวิบากกรรมแต่หนหลังนั่นเอง เราเลือกที่จะทอดหุ่ยไปตามกรรมเก่าซัดพาก็ได้ หรือเลือกกัดฟันสู้เพื่อผ่อนหนักเป็นเบาด้วยกรรมใหม่ก็ได้ พูดง่ายๆ ว่าศักยภาพของมนุษย์เรามีมากพอจะอยู่เหนือดวงชะตานะเค้ก
อเวราทำหน้าเหยนิดๆ
กรรมใหม่แบบไหนล่ะคะพี่หน่อง? เค้กมองไม่เห็นทางสู้ความน่าติดใจพรรค์นี้ได้เลย
พี่เคยบอกตั้งแต่เมื่อครั้งที่เธออกหักจากคนก่อนไง คนเราจะเริ่มอยู่เหนือดวงชะตาก็เมื่อมีใจคิดสละสิ่งที่หวงไว้แบบผิดๆ ทิ้งไป ถ้าไม่ฝึกมีใจคิดสละ จิตจะหวงแม้กระทั่งสิ่งที่เห็นๆ อยู่ว่าเป็นต้นเหตุทุกข์ก้อนใหญ่ แต่ละวันเราเจอเหยื่อล่อที่กรรมเก่าส่งมายั่วกิเลสทั้งนั้น ถ้าตะครุบหมดก็เท่ากับเก็บทุกข์มาหวงไว้ในอ้อมกอดทั้งหมด แต่ถ้าสละบ้าง ทิ้งๆ มันบ้างด้วยปัญญาเพ่งเล็งเห็นโทษ ก็จะเหมือนทวนกระแสกรรมเก่าไปหาทิศทางใหม่ที่ดีขึ้น ทีละครั้ง ทีละหน (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๒๐ คู่รักคู่สุดท้าย)
วิธีหนึ่งที่จะทำให้คู่เวรของเราเขาตามไม่ทัน คือรู้ว่าเขาทำเลวแบบใด เราจ้องไว้เลยว่าชั่วชีวิตจะทำดีชนิดนั้นๆ สุดโต่ง เช่นเขาชอบพูดหยาบ เราต้องมุ่งมั่นทำตัวเป็นคนพูดไพเราะสุดขีดให้ได้ แล้วอธิษฐานไปเรื่อยๆ อิงหลักสัจจะที่ว่าคนแบบเดียวกันย่อมโคจรมาพบ หรือมาใกล้ หรือมาเฉียดกัน คนต่างกันย่อมไม่มีเส้นทางให้โคจรมาพบ หรือมาใกล้ หรือมาแตะต้องกัน เขาเป็นอย่างนั้น เราจะเป็นอีกอย่าง ก็ขอให้แคล้วคลาดกันไปเสมอ
แม้จำเป็นต้องมาพบเจอ ก็อย่าได้ทำความมัวหมองให้เราได้
หรืออย่าทำให้เราถึงขั้นเป็นทุกข์ได้
อ้างสัจจะไว้นั่นแหละ ได้ผลที่สุด
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/005649.htm#82
คนเราอย่างเก่งก็เต็มใจแค่ ปรับตัว เข้าหากัน แต่ที่จะปรับศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาให้เสมอกันนั้นหาได้ยากแสนยาก วันนี้หนูประกาศเปรี้ยงแล้วว่าพร้อมจะลงทุนทุกอย่างเพื่อเอาเขาไว้ ก็เป็นการแสดงความจงใจทำผังกรรมเก่าให้บิดเบี้ยวด้วยแรงกรรมใหม่ ไม่ยินยอม ไปตามดวง ฉะนั้นจึงเรียกว่า ฝืนดวง ได้เต็มปาก และอำนาจที่จะฝืนดวงได้ก็มีแต่ธรรมะฝ่ายสูงเท่านั้น ธรรมะฝ่ายต่ำไม่มีกำลังพอต้านทานพลังจากผังกรรมเก่าหรอก แล้วหนูมีเวลาแค่ไหน ที่จะเร่งบุญให้ทันใครอีกคน? อย่าให้ผมดูเลย ตอนนี้ผมยังไม่กำหนดรู้เข้าไปชัดๆหรอก หากหนูรู้เวลาแบบจำเพาะเจาะจง รับรองว่าจะต้องมีพฤติกรรมประหลาด ๆ ก่อทุกข์ให้เรา เพิ่มทุกข์ให้เขาเปล่าๆ ให้ผมบอกอย่างนี้ดีกว่า การพบใครสักคนที่เราถูกใจ และเขาก็ถูกใจเรา โดยต่างฝ่ายต่างยังไม่มีเจ้าของ นั่นชี้ให้เห็นชัดว่ายังเหลือเวลาสร้างบุญเพื่ออยู่ร่วมกันในชาตินี้ ด้วยศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา พูดง่ายๆ ว่าถ้ารีบ ต้องทัน! (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๒๔ คำสาป)
ไม่มีเรื่องสำคัญในชีวิตเราเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ พระพุทธองค์ตรัสว่า ความรักนั้น เกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ ประการแรกคือเพราะอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ ประการที่สองคือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน เหมือนดอกบัวที่เกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการคือน้ำและเปือกตม ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
ถ้าเคยเป็นคู่ผัวตัวเมียมาแต่ปางก่อน ก็อาจทำให้รักตั้งแต่แรกพบ ส่วนจะรักแท้แน่นอน ยั่งยืนแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับวิธีอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๒๔ คำสาป)
เอ หนูสงสัยมานานแล้วนะ ว่าถ้าตายจากกันแล้ว มาเจอะเจอกันได้ยังไงถูก เอาแค่คนรู้จักกันในชาตินี้ บางทีรักสุดชีวิต พอมีเหตุให้พลัดพรากหลายๆปีแล้วคิดถึงกันขึ้นมา ต่อให้พลิกแผ่นดินหาแทบตายก็ไม่เจอ ขนาดจงใจหายังไม่เจอ แล้วอะไรที่เหวี่ยงให้มาเจอคู่กรณีเก่าที่ลืมกันหมดสิ้นได้?
กรรมเป็นเรื่องซับซ้อน หนูต้องเข้าใจ ต้องหยั่งรู้ ว่าลำดับการให้ผลของกรรมเป็นอย่างไร แล้วจะรู้สึกว่า พวกเราเหมือนมีแม่เหล็กติดตัว วิ่งไปตามเส้นทางใด ก็มีผลดึงดูดบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีบุพกรรมร่วมกับเรามาเจอกัน ใครมีอิทธิพลกับชีวิตเรามาก ให้ผลเปลี่ยนแปลงทางดีหรือร้ายได้รุนแรง ก็หมายความว่าเราหลีกเลี่ยงการพบเจอคนนั้นไม่ได้ และต้องใช้เวลาระยะหนึ่งทำความรู้จัก คบหา และรับผลจากเขาเสียก่อนจึงถึงเวลาผละจาก ต่างจากพวกที่เราจะต้องเสียเวลาในชีวิตร่วมกับเขาเพียงครึ่งนาที เช่นคนบอกทางแยกทางเลี้ยวให้เราไปถึงที่นัดหมาย การพบหรือไม่พบคนจำพวกนี้มีผลเท่ากัน คือจะไม่ทำให้ชีวิตเราต่างไปจากเดิม
แล้วแม่เหล็กดึงดูดคู่กรรมที่พี่ว่านี่ฝังอยู่ตรงไหนในเราคะ จิตใต้สำนึกหรือเปล่า?
ถ้ายกเอาสิ่งที่เห็นง่ายในชาติปัจจุบันมาพูดก่อนคงพอเข้าใจ หนูคงเห็นว่าถ้าเราพูดกับใครบ่อยๆ ก็จะเหมือนมีสายใยโยงกับคนนั้น ไม่ใช่เหมือนกับเส้นเชือกผูกมัดเป็นตัวเป็นตน แต่สายใยที่รู้สึกได้ด้วยใจนั้นแหละ จะกระตุกให้เราคิดถึงเขาบ่อยๆ อันนี้คงนึกออกนะ
ค่ะ บางทีรู้สึกเหมือนใจเราเป็นสิ่งยืดตัวออกไปทางทิศใดทิศหนึ่ง ตามที่อยู่ของใครบางคนได้ตลอดเวลา
นั่นแหละที่เรียกความผูกพัน สายใยเชื่อมโยงระหว่างจิตต่อจิต หลักการคือถ้าผูกเหนียวแน่นกับใครมากๆ จะมีลักษณะฝังลงในส่วนลึก หยั่งรากความสัมพันธ์ได้ถึงส่วนไร้สำนึก ชนิดติดจิตติดวิญญาณข้ามภพข้ามชาติได้ เมื่อพบกันอีกก็จะมีสัญญาณในจิตกระตุ้นให้ตื่นตัวรับรู้ มีสายใยเชื่อมติดกันทันที จึงเหมือนคุ้นเคยกันในทางใดทางหนึ่ง นี่เป็นในแง่ของความจำ (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๓ พยากรณ์ดาวเด่น)
เป็น ทาสในเรือนเบี้ย หรือ ท่านผู้หญิงในเรือนหอ เขาวัดกันตรงไหนคะ? การหยิบยื่นความสุขให้กันด้วยจิตสำนึกของคนรักมั้ง ถ้าเอาแต่กอบโกยและใช้สอยด้วยอารมณ์ดิบ นั่นคือภาษากายของเจ้านาย แต่ถ้ายอมเสียเวลาตามใจและทะนุถนอมนิ่มนวล อันนั้นคือภาษาใจของคนรัก (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๑๖ อัตวินิบาตกรรม)
คู่ที่ติดใจกันและกันโดยเนื้อหนัง
เวลาเบื่อจะหน่ายยิ่งกว่าเห็นปลาทูเค็ม เล็บยังไม่อยากจะแตะ
เงาก็ไม่อยากจะเห็น
นี่คือธรรมชาติเสื่อมโทรมทางความรู้สึกในกาม http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm#4
สรุปทางโลกคือ รักแท้มีจริงขึ้นได้ด้วยปฐมเหตุคือใจ
ใจดี ๆ แบบที่หายาก จึงได้รับความสุขอันเป็นไปได้ยาก
การทำให้ใครสักคนดีใจจนตาเป็นประกายหรือการทำให้ใครสักคนอบอุ่นสมหวัง
ต้องใช้ความเข้มแข็งและเมตตาเหนือสามัญมนุษย์
สามารถหยิบยื่นสิ่งที่คนทั้งหลายยากจะมอบให้แก่กัน
เป็นผู้มีศักยภาพในการก่อความผูกพันอันแน่นเหนียว
ซาบซึ้งรุนแรง
ระดับที่สามารถประทับลงในใจอีกฝ่ายไปจนข้ามภพข้ามชาติ
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/006918.htm#2
การดึงกันปฏิบัติธรรมนั้นเป็นการสร้างแรงดึงดูดที่เหนือแรงดึงดูดด้วยกรรมร่วมชนิดอื่นใดทั้งสิ้นทั้งปวง เป็นตัวสร้างความนับถือกันและกันอย่างสูง เป็นตัวสร้างความสมานฉันท์กลมเกลียวที่แนบแน่นลึกลงไปถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ
แค่คู่ที่ร่วมกันทำบุญใส่บาตร
ร่วมกันช่วยเหลือคนและสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นนิตย์
ก็ประจักษ์แล้วว่าความดีที่ทำร่วมกันเป็นสิ่งลึกลับ
เป็นเชือกร้อยรัดที่เหนียวแน่น
สร้างความรู้สึกระลึกถึงกันในทางดีงาม
เห็นอีกฝ่ายแล้วเกิดความอ่อนโยนในใจ
แต่คู่ที่ทำบุญในระดับตั้งใจถือศีลร่วมกัน
ปวารณาตัวให้อีกฝ่ายตักเตือนได้เมื่อเห็นตนเขว
ทำท่าจะด่างพร้อย จะยิ่งเกิดความคิดถึง
ความผูกพันลึกซึ้งยิ่งกว่าคู่ที่แค่ทำบุญใส่บาตรร่วมกันไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า
http://202.44.204.76/narupan/PantipSakajcha02.htm
ในมุมมองของผู้เห็นรูปนามเป็นทุกข์ การอยู่ตัวคนเดียว
ปฏิบัติธรรมโดยลำพัง เที่ยวไปอย่างสันโดษเอกา
นับเป็นความสุขอันประเสริฐแท้ แต่เมื่อยังข้องอยู่
ยังสงสัยอยู่ ยังอยากในรสอยู่
จะเรียนรู้ชีวิตคู่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
แต่ตั้งใจไว้ดีๆ
มองหน้าคู่รักเราแล้วอธิษฐานไว้ว่าอยู่ด้วยกันแล้วจะมีทุกข์ใดปรากฏ
ก็ขอใช้เป็นบทเรียน ผลักดันให้ปรารถนาดับทุกข์จนสนิท
เมื่ออยู่ร่วมกันจริงๆแล้วเกิดเหตุการณ์เลวร้าย
หรือพลาดพลั้งตกทุกข์สาหัสประการใด
จะได้มีภาคหนึ่งระลึกว่าเราเคยเตรียมใจรับเรื่องนี้มาก่อน
จะใช้ทุกข์นี้เป็นบทเรียนไปนิพพาน
และพยายามแก้ปัญหาด้วยน้ำใจเมตตา ปรารถนาเกื้อกูลกัน
ไม่แก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปัญหา
http://202.44.204.76/narupan/PantipSakajcha02.htm
เธอจะเลือกแฟนแบบไหนให้ตัวเองก็ตาม รู้ไว้เถอะว่าเธอไม่ได้เลือกแค่คน แต่เธอกำลังเลือกใจตัวเองด้วย เขาเป็นแบบไหน ใจเธอก็จะค่อย ๆ เป็นแบบนั้น ถ้าเขาเอาแต่สนุก ใจเธอก็อยากเอาแต่สนุกด้วย ถ้าเขาฉาบฉวย ใจเธอก็ฉาบฉวยตาม (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๒๘ โลกกลม)
เลือกคบกับผู้ชายคนไหน ก็คือการยอมให้กรรมของผู้ชายคนนั้นเข้ามาเกื้อกูลหรือรบกวนวิถีชีวิตของเรา เขาจะมีส่วนทำให้กรรมทางความคิด คำพูด และการกระทำต่าง ๆ ของเราเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อย (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๗ ข้ามรุ่น)
พี่ไม่พูดเรื่องบาปเรื่องบุญ เรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องเหมาะเรื่องควรอะไรกับเค้กดีกว่า แต่อยากชี้ให้เห็นว่า ถ้าเธอหน้ามืดกับเสน่ห์ของผู้ชายโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกภายในว่าใช่หรือไม่ใช่ ต่อไปเธอจะไม่เหลือเครื่องช่วยตัดสินใจไหน ๆ เลย ถ้าชอบคือใช่หมด เอาหมด! (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๗ ข้ามรุ่น)
คนเราเนี่ยนะ ที่จะใช่หรือไม่ใช่ เหมาะหรือไม่เหมาะ ใจตัวเองบอกอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผิดฝาผิดตัวชัด ๆ อย่างนี้นะ เราจะตามใจฝ่ายผิดของตัวเองทำไม เดี๋ยวก็ต้องมีผลกระทบข้างเคียงเกิดขึ้น (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๗ ข้ามรุ่น)
"ตกลงที่เราโหยหาความรักมาทั้งชีวิต แทบอยากตายเมื่อไม่เจอความรัก หรืออยากตายเมื่อผิดหวังในรัก แท้จริงแล้วเป็นแค่อารมณ์หลอกตัวเองเท่านั้นหรือ? เราไม่เคยพร้อมจะตายเพื่อบูชารักเลย เราจะเป็นจะตายเมื่อไม่ได้อย่างใจมากกว่า นี่แหละ คนเรามีแต่รักตัวเอง เรียกร้องเอาอะไรเข้าตัวเองทั้งนั้น " (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๓๒ ค่าตัว)
ความดื้อเพราะมีราคะกล้านั้นน่ากลัวยิ่งกว่าดื้อเพราะมีทิฐิแรง
มนต์สะกดจากสำนักไสยศาสตร์ใดก็ไม่ทรงอำนาจมืดยิ่งใหญ่เท่ามนต์สะกดจากราคะอันเป็นของภายใน
บางคนจริงจังรอรักแท้จนแก่ก็ไม่เจอสิ่งที่ราคะหลอกให้หลงรอ บางคนเจอใครที่นึกว่าใช่ก็ตาลีตาเหลือกจัดงานแต่งงานอย่างรีบด่วน เพื่อพบในภายหลังว่าคู่แต่งกลายเป็นคู่เวร บาปกรรมที่เคยทำร่วมกันไว้แต่ปางก่อนเหนี่ยวนำให้มาร่วมชายคาเพื่องจองเวรกันต่อต่างหาก (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๒๔ คำสาป)
เธอเดาใจตัวเองในอนาคตถูกแน่หรือ? เชือกที่มัดเรารอบแรกหลวม ๆ ก็เหมือนดิ้นง่าย แต่ถ้าชะล่าใจยืนเฉย ปล่อยให้เขารัดวันละทบ เดี๋ยวพอถึงรอบที่สิบมันจะต่างไปมาก ที่โลกนี้เต็มไปด้วยการจับคู่ที่ไม่เหมาะสม ก็เพราะมีการยอมให้กับก้าวแรก พอรู้สึกอีกทีนะเค้ก เธออาจพบตัวเองเดินมายืนอยู่ตรงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียแล้ว (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๒๐ คู่รักคู่สุดท้าย)
กามเหมือนน้ำพุในความฝัน ที่คล้ายผุดพุ่งน่าชื่นตาชื่นใจตลอดกาล แต่ความฝันนั้นจะถึงใจก็ต่อเมื่อยังหลับใหล เมื่อใดตื่นขึ้นพบความจริงกลางทะเลทราย เมื่อนั้นน้ำพุก็คล้ายพยับแดดลวงตาที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครเคยพกพาความอิ่มหนำออกมาจากความฝันได้เลย
แต่คนเราก็ยินดีจะหลงทางอยู่กลางฝัน เพราะความฝันเป็นสิ่งที่ได้มาง่าย แค่หลับหูหลับตาจำนนต่อความง่วงงุนอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องแสวงหา ไม่ต้องหวังรอความจริงที่มาช้าเกินทน (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๒๗ น้ำพุแห่งกาม)
เซ็กซ์ไม่ได้ทำให้ไปนรก แต่จิตที่หมกมุ่นในเซ็กซ์จนมัวมน หยาบกระด้าง โหดเหี้ยม หรือปราศจากความละอายต่างหาก เป็นเหตุพาตัวเองไปสู่ภูมิที่อยู่ของวิญญาณระดับต่ำกว่ามนุษย์ การมีเซ็กซ์กับคู่ครองที่ถูกต้องโดยไม่ลุ่มหลงมัวเมาทั้งวันทั้งคืน จะทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นปกติ คิดอ่านทำการได้อย่างมีสติ มีความถูกต้อง มีใจไม่เบียดเบียนใคร นั่นแหละ สำนึกที่เสมอตัวของมนุษย์ ลองสังเกตเถอะครับ สัตว์ไม่มีสำนึกแบบนี้หรอก แค่อยากขึ้นมาแล้วเห็นช่องทางก็ใช้ได้แล้ว ไม่คำนึงด้วยซ้ำว่าเป็นญาติเป็นเชื้อกันหรือเปล่า
จาก
http://dungtrin.com/newsletter/prepare016.htm
ธรรมชาติพยายามบอกเราว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องต่ำผ่านความจริงหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือเป็นของทิ่มแทงใจให้เกิดแผลใหญ่ได้ เช่นกรณีนอกใจกัน ถ้าเห็นตำตาขณะอยู่บนเตียง คนเห็นอาจบันดาลโทสะหยิบอาวุธขึ้นฆ่าแกงกัน แม้แต่ศาลยังยกให้เป็นเหตุควรปรานีลดหย่อนโทษ อย่างที่สองคือเซ็กซ์เป็นสิ่งที่เสพมากแล้วสุขภาพเสื่อมโทรม ยิ่งหมกมุ่นเท่าไหร่จิตใจยิ่งหม่นมืดลงเท่านั้น ลองคิดอะไรตอนนั้นจะเห็นเป็นอกุศลไปหมด อย่างที่สามคือเซ็กซ์เต็มไปด้วยข้อแม้ เราทุกคนรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณหรือสามัญสำนึก เช่นเป็นของต้องห้ามระหว่างสายเลือดเดียวกัน หากฝ่าฝืน ธรรมชาติจะทำโทษด้วยกำเนิดเด็กปัญญาอ่อนมาให้เรารับผิดชอบเลี้ยงดู จุดสรุปรวบยอดคือเมื่อเรายอมเป็นทาสของเซ็กซ์ ใจเราก็เริ่มตกต่ำ มีแนวโน้มจะทำอะไรต่ำๆเพื่อรับใช้มันได้ทั้งนั้น จนในที่สุดสำนึกแบบมนุษย์ก็เลือนลง นั่นแหละคือการลดภูมิจิตไปอยู่ในภพที่ต่ำกว่ามนุษย์
พูดด้วยเสียงเรียบเรื่อย ระวังไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกกระทบกระแทกนัก แต่ก็ให้ผลพอสมควร อย่างน้อยลานดาวก็ซึมลงสองสามวินาทีก่อนทำตาใสขึ้นมาใหม่
อย่างนี้ถ้าพี่อ๋องทำให้พี่เอินติดใจเซ็กซ์ วันๆหมกมุ่นครุ่นคิดถึงแต่เรื่องบนเตียง แปลว่าพี่อ๋องทำให้จิตใจพี่เอินลดภูมิลงมาอยู่ต่ำกว่ามนุษย์หรือเปล่า?
ตราบใดไม่ผิดศีลข้อกาเม พี่ก็ว่ายังเสมอตัวอยู่นะ หมกมุ่นมาก ๆ อาจทำให้จิตใจหมองหน่อย แต่ถ้าพอมีกุศลกรรมอื่น ๆ เป็นน้ำหนักให้ความชุ่มชื่นถ่วงดุลคุ้มกัน หรือทำความดีสว่างแรงเกินความมืดเทือกนี้ ก็เสมอตัวอยู่ในความเป็นมนุษย์ หรือกระทั่งมีแนวโน้มจะไปเกิดในวรรณะสูงกว่ามนุษย์ ธรรมชาติของกำเนิดตามภพภูมินี่มองง่าย ๆ ได้อย่างหนึ่ง คือจิตถูกดูดติดอยู่กับเรื่องพรรค์ไหนมากหน่อย ก็มักไปเกิดในภพภูมิพรรค์นั้น อย่างภพที่ข้องติดกับเซ็กซ์โดยเฉพาะน่ะเยอะ วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร มีหน้าที่สมสู่อย่างเดียว จินตนาการดูคงเดาได้นะว่าไม่ใช่ครองอัตภาพดี ๆ มีสิ่งแวดล้อมสบาย ๆ อย่างพวกเราหรอก ในเมื่อเอาแต่หมกมุ่นเรื่องต่ำ จิตก็ไหลลงต่ำ มีความมืดตื้อ หมดกำลังทวนกระแสขึ้นสูงเป็นธรรมดา (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๑๖ อัตวินิบาตกรรม)
ดูรูปโป๊หรือหนังโป๊ผิดศีลหรือไม่? อันนี้ถ้าจับหลักได้ว่ากาเมสุมิจฉาจารนับเอาการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้มีเจ้าของเป็นสำคัญ ก็ต้องมองตามจริงว่าการเสพแค่ทางตานั้นไม่ผิด เพราะยังไม่ได้สมสู่ในหญิงผู้มีเจ้าของรักษา แต่ความหมกมุ่นในกามจนเกินเหตุย่อมทำให้สภาพวิญญาณเหมือนจมอยู่ในบ่อน้ำกามชุ่มโชก และความหมกมุ่นในรูปสตรีจะทำให้จิตเคลื่อนไปอยู่ในภพของสตรีได้ เนื่องจากการมีราคะจัดเป็นตัวบั่นทอนกำลังกุศล ทำให้จิตวิญญาณปวกเปียก (เสียดาย คนตายไม่ได้อ่าน บทที่ ๓)
ผัสสะที่ทำให้เกิดราคะอาจไม่ใช่ภาพยวนตาเร้าใจของเพศตรงข้ามเสมอไป โดยมากมักเป็นความคิดหรือจินตนาการของเราเองเสียส่วนใหญ่ ดังเช่นที่พระพุทธเจ้าตรัสในกามสุตตนิทเทสที่ ๑ ว่า รากฐานของกามย่อมเกิดจากความดำริ เมื่อได้กามตามปรารถนาย่อมอิ่มใจ แต่เมื่อกามเสื่อมไปย่อมกระสับกระส่ายเหมือนสัตว์ที่ถูกศรเสียบแทง (๗ เดือนบรรลุธรรม เดือนที่ ๓)
ตราบใดยังตรึกนึกทางกาม ตราบนั้นคนเราจะอยากเสพกามไปจนตาย ไม่ว่าร่างกายจะพร้อมหรือไม่พร้อม (๗ เดือนบรรลุธรรม เดือนที่ ๖)
ที่เราติดใจตรึกนึกถึงกาม ก็ด้วยอาการใส่ใจมองกายโดยความเป็นของสวยของงาม ถ้าหากเรามองเสียตามจริงว่ากายเป็นของสกปรก ใส่ใจโดยแยบคายว่าตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าไม่มีส่วนใดสะอาดเลย อย่างนี้ก็จะเป็นการแก้ลำกลกามเสียได้ (๗ เดือนบรรลุธรรม เดือนที่ ๖)
ถ้าเรายอมตามแรงดึงดูดของกาม จิตวิญญาณเราจะตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะกามเป็นสิ่งมีแรงดึงดูดให้เราลงต่ำ ทำนองเดียวกับแรงดึงดูดโลก ที่ถ้าเราไม่มีพื้นยืนมั่นคงพอ ก็คงตกร่วงลงไปเรื่อย ๆ
สำหรับ พื้นยืน ที่ดี ที่จะทำให้เราไม่ตกต่ำตามแรงดึงดูดของกาม ก็ได้แก่ศรัทธาในกรรมวิบาก ความตั้งใจรักษาศีล นั่นคือ ทำไว้ในใจว่ากระทำเหตุดีย่อมได้รับผลดี กระทำเหตุเลวย่อมได้รับผลเลว ถ้าฉลาดและรักตัวเองก็ควรมุ่งมั่นกระทำแต่เหตุดี โดยเริ่มจากเจตนางดเว้นการประพฤติผิดทางกามอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ยั่วยวนหรือควรสมยอมขนาดไหน
จาก
http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare037.htm
ไม่ว่าใคร จะหญิงหรือชาย หากประพฤติตนไปในกามแบบไม่มีเจ้าของแน่นอน ก็มักแส่ส่ายออกอ่าวกามอันมืดหม่นยิ่ง ๆ ขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปกันทั้งสิ้น เพราะคนเราเมื่อลดความจำกัดทางกามลง ความละอายก็จะลดลงเป็นเงาตามตัว เมื่อความละอายทางกามน้อย ความละอายต่อบาปด้านอื่นๆ ก็จะถูกฉุดร่วงผล็อยๆ ไปทีละตัวสองตัวตามไปด้วย
สังคมเดี๋ยวนี้น่าอึดอัดครับ บางทีอยากหย่าก็ยังมีอาลัย มีเหตุผลให้อยากทนฝืนอยู่กันต่อ ผมขอแนะนำแบบลูกทุ่งแล้วกันว่า คนที่เขาเจริญก้าวหน้าทางจิตวิญญาณนั้น เริ่มจากความคิดแน่วแน่ประเภทยอมตายดีกว่าผิดศีลครับ
จาก
http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=60&start=2
สำหรับผู้ชาย ถ้าเป็นของใหม่จับต้องแล้วจะรู้สึกมันมือไม่อิ่มไม่เบื่อ แต่ถ้าเริ่มชิน ความแปลกใหม่หมดไป เขาก็จะไม่สนุกอีก ตรงนั้นถ้าไม่มีความรักมาช้อนรับ เราก็จะเหมือนทิชชูที่เขาสั่งขี้มูกเสร็จก็อยากปาทิ้งถังผง ถนอมตัวไว้รอเจอคนที่เขารักและพร้อมจะรับผิดชอบเรา ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นดอกกุหลาบมีค่า น่าปักในแจกันห้องนอนของเขาตลอดไปเถอะ (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๑๑ ติดใจ)
งานแต่งเป็นพิธียกระดับจิตใจให้มองการได้เสียกันเป็นเรื่องสูงกว่าความต้องการทางเพศธรรมดา เมื่อเริ่มต้นด้วยการให้เกียรติ เห็นเหมือนสมบัติที่ได้มายาก การมองชีวิตคู่จะเป็นไปแบบผู้ใหญ่เต็มตัว ต่างจากเด็กที่ชิงสุกก่อนห่ามเป็นคนละเรื่อง (ทางนฤพาน บทที่ ๒๘ วังวน)
เส้นทางกามนั้นแสนสั้น ร้อยรัดฟัดเหวี่ยงกันเหนียวแน่นที่ต้นทาง แล้วกลับผลักไสกันรุนแรงที่ปลายทางในเร็ววันเสมอ ต่างจากเส้นทางบุญที่ยืดยาว ถึงแม้เกี่ยวก้อยคล้องแขนกันเพียงแผ่วที่ต้นทาง แต่ก็จะยึดเหนี่ยวแน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไร้ปลายทางที่สิ้นสุด (กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๒๐ คู่รักคนสุดท้าย)
การมีเพศสัมพันธ์เป็นของน่าบาดใจ รู้ด้วยสัญชาตญาณโดยไม่ต้องให้ใครบอก เพราะเป็นวิถีทางแห่งการครอบครอง หรือถึงยอดแห่งรสสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์ โดยธรรมชาติจะมีใครเพียงคนหนึ่งคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้เสพรสดังกล่าว และใครคนนั้นก็เป็นผู้ที่ตกลงเป็นคู่ครองกัน
เงื่อนไขง่าย ๆ เช่นนี้คือจุดเริ่มต้นของเกม ธรรมชาติอนุญาตให้มีกิจกรรมบาดใจกับคู่ครองที่ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ หากเกินกว่านั้นจะเกิดภาวะ ไม่ปกติ ขึ้นมาทันที สัญญาณเตือนแรกคือความรู้สึกผิดรุนแรง สัญญาณเตือนที่สองเมื่อฝืนทำไประยะหนึ่งไม่เลิกได้แก่ความรู้สึกมืดมนและการมองโลกในแง่ร้าย สัญญาณเตือนที่สามเมื่อยังขืนทำอยู่อีกได้แก่ความรู้สึกชาด้านและเหลือสำนึกผิดชอบชั่วดีน้อยลงทุกที ตรงนั้นอันตรายยิ่งแล้ว เพราะเมื่อทำบาปโดยปราศจากความละอาย ก็ย่อมก่อบาปได้ทุกชนิดโดยไม่รู้สึกว่าเป็นบาป เงาดำของกรรมจะห่อหุ้มจิตวิญญาณหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้แม้ด้วยตาเปล่า คือสีหน้าผู้ชุ่มด้วยบาปจะคล้ำหมองหาสง่าราศีไม่ได้เลย (เสียดาย คนตายไม่ได้อ่าน บทที่ ๓)
การคบชู้กันอาจก่อให้เกิดสายใยผูกพัน เพราะร่วมทำผิดมาด้วยกัน พอเจอกันในชาติใหม่ถ้าหากเป็นมนุษย์ก็มักมีความกระสันใคร่อยากในทันทีที่เห็นกัน แต่มักมีอาการขนลุกระคนอยู่ด้วย เพราะบาปเก่ามาเตือนว่าสัมพันธ์ระหว่างกันมีความดึงดูดเข้าหาเรื่องสกปรก อีกอย่างหนึ่งเวลาที่เจอกันมักอยู่ในจังหวะเวลาผิดๆ หรือมีเหตุการณ์ไม่ดีเป็นลางร้าย เมื่อทนความกำหนัดไม่ไหวแล้วสมสู่กัน ก็จะมีเหตุให้ต้องทะเลาะเบาะแว้ง มีเหตุให้เกลียดชังกันอย่างรุนแรง หรือกระทั่งอยากฆ่าแกงกันด้วยความทนไม่ได้ (เสียดาย คนตายไม่ได้อ่าน บทที่ ๓)
เมื่อประพฤติผิดทางเพศ ย่อมมีแรงเหวี่ยงกลับมาเป็นเรื่องราวผิดๆ ทางเพศ และจะออกไปในทางภัยเวรรูปแบบต่างๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็น คู่เวร ที่แรกพบสบตาแล้วหวือหวาอยากกระทำการอันเป็นไปในทางด่วนได้ แล้วประสบอันตรายจากการอยู่ร่วมกันในภายหลัง หรืออย่างเบาที่สุดก็คือทำให้ตกที่นั่งเสียเปรียบทางเพศ ซึ่งก็คือการได้รูปหญิงอันง่ายต่อการถูกรังแกนั่นเอง (เสียดาย คนตายไม่ได้อ่าน บทที่ ๓)
ฉันเคยเป็นหนุ่มมาก่อน ถึงรู้ว่า คนที่น่าเชื่อถือ น่าไว้ใจน่ะ ต้องไม่ใช่คนปากว่ามือถึง เพราะความประพฤติแบบนั้นแสดงให้เห็นว่าเคยชินที่จะใช้สัญชาตญาณเบื้องล่างนำความรู้สึกฝ่ายสูง ทำกับคนหนึ่งได้ก็สามารถทำกับผู้หญิงคนต่อๆไปทุกเวลา ทุกที่ ต่อให้ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝา สมควรควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอยแล้ว ก็จะยังไม่วายเอาแต่ใจตัว เจ้าชู้ไปทั่ว (ทางนฤพาน บทที่ ๑๓ เจ้าชู้ยักษ์)
นิสัยเจ้าชู้นั้น นอกจากทำให้คราวหน้าเป็นหญิงที่ต้องรับกรรมอีก ก็ยังเสี่ยงต่อภัยในข้อกาเมสุมิจฉาจารง่าย คือไม่ใช่เพียงแค่จะเกิดเป็นมนุษย์เพศหญิง ซึ่งถือว่าต้องรับความทารุณจากธรรมชาติมากกว่าชายแค่นั้น แต่ยังสุ่มเสี่ยงต่อการก่อบาปถึงขั้นต้องตกต่ำลงไปกว่าการเป็นมนุษย์ด้วย
http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=77&start=17
ผู้หญิงบางคนอยู่กินกับชายดีๆแล้วคิดอยากติดตามสามีของตนไปทุกภพทุกชาติ อันนี้ก็มีสิทธิ์ทำให้เกิดเป็นหญิงไปเรื่อยๆได้เหมือนกัน เพราะความชอบใจและแรงอธิษฐานอันมีพลังหนุนจากความซื่อสัตย์ในสามีคนเดียวนั้น ย่อมส่งผลหนักแน่นตามปรารถนา หญิงที่รักษาศีลข้อกาเมฯได้บริสุทธิ์ พิสูจน์ตัวโดยการไม่ประพฤติผิดแม้มีสถานการณ์ยั่วยุปานใด ย่อมเป็นผู้ไม่มีเวรภัยในเรื่องทางเพศ ไม่เป็นผู้สับสนในการเลือกคู่ และจะเป็นอิสตรีที่มีเกียรติ คนเห็นแล้วคร้ามเกรง ไม่คิดดูถูก ไม่เห็นเป็นผู้น่ารังแกได้ตามใจชอบ (เสียดาย คนตายไม่ได้อ่าน บทที่ ๓)
การใจอ่อนให้กับกามกิเลสมีผลเป็นความเดือดเนื้อร้อนใจของทุกฝ่ายอย่างไร ถ้าผ่านด่านของความใจอ่อนด้วยการมีศีลมีสัตย์ ก็จะปลอดภัย ไม่เดือดเนื้อร้อนใจในภายหลัง http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008619.htm#4
การมีศรัทธาในรักแท้ รวมทั้งมีวาสนาได้พบรักแท้ก็นับว่าดี เพราะจะเป็นปัจจัยสำคัญให้คิดซื่อกับคู่ครองของตน เรียกว่าได้รักษาศีลข้อกาเมฯอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีใจจริงคอยช่วยค้ำจุนอยู่แล้ว
ค่ะ
นัยน์ตาลานดาวฉายแววเข้าใจและเชื่อมั่นในรักแท้ยิ่งขึ้น ซึ่งคราวนี้เมื่ออุปการะเห็นอีกครั้งก็วางใจเป็นอุเบกขาเสียได้
การมีศรัทธาเรื่องกรรมและผลกรรม เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จะก่อให้เกิดความละอายต่อบาป ส่งใจให้คิดรักษาศีลยั่งยืนกว่ากัน เพราะรักในคู่ครองอาจโรยราเมื่อวันคืนผ่านไป แต่รักในศีลนั้นจะทำให้เบากายเบาใจไปจนชั่วชีวิต (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๒๔ คำสาป)
ถ้ารักษาศีลจนบริสุทธิ์ผุดผ่อง จะมีส่วนช่วยให้ความรักยั่งยืนใช่ไหมคะ?
หนูลองคิดง่ายๆ ถ้าบ้านเราสะอาด ไม่มีความหมักหมม ไม่มีร่องรอยสกปรกน่ารังเกียจ ใครเข้าไปอยู่ก็เป็นที่สบาย หากยิ่งช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำบ้านให้สะอาดยิ่งๆขึ้นทุกวัน ก็ย่อมรู้สึกถึงความสามัคคีปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจริงไหม? ใจที่ผูกสมัครรักใคร่นั่นแหละคือตัวบ้าน ศีลนั่นแหละเป็นความสะอาดของบ้าน หากรักษาให้สะอาดร่วมกัน ก็อยู่สบายนานทั้งคู่ (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๒๔ คำสาป)
อย่างนี้ถ้าอยู่ตัวคนเดียวไม่แต่งงานก็หมดสิทธิ์สร้างกรรมว่าด้วยความซื่อต่อสามีสิคะ?
อยู่ตัวคนเดียวก็คิดได้ ว่าเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชายที่มีภรรยาแล้ว ถ้าให้ดีครองตัวบริสุทธิ์ไปเลย เพราะการถือครองพรหมจรรย์ การถือศีลแปดประพฤติธรรมจนเกิดปีติสุขปลอดโปร่ง จะบันดาลผลให้ได้เป็นชายตามปรารถนาแน่นอนที่สุด
เพราะอะไรคะ? เพราะพรหมจรรย์ทำให้จิตมีกำลังเป็นกุศลหนักแน่นไงล่ะ ต้องใช้กำลังใจไม่ใช่น้อยๆนะถึงจะอยู่รอดตลอด กามน่ะเหมือนห้วงน้ำ ทำให้จิตเอิบชุ่มด้วยยางเหนียว เป็นตัวลดทอนอำนาจกุศลให้อ่อนกำลังลงอย่างมาก คนที่หมกมุ่นครุ่นคิดถึงกามรสหนักๆจิตมักจดจ่ออยู่กับเครื่องเพศของหญิง ยิ่งจดจ่อมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งยึดในอัตภาพหญิงมากขึ้นเท่านั้น เหมือนภพของหญิงเป็นแม่เหล็กดึงดูดจิตให้ไปติดจนแกะยาก พอติดจมมากเข้าในที่สุดเลยกลายเป็นหญิงไปเสียเองเมื่อเกิดใหม่ครั้งต่อไป (กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๔๑ ชนะกรรม)
สัมพันธภาพที่สะอาดที่สุดคือทำความรู้จักกันด้วยไมตรีจิตฉันเพื่อนมนุษย์ธรรมดา สัมพันธภาพฉันเพื่อนมนุษย์จะทำให้เรารู้เห็นเองว่าเขามีเจ้าของหรือยัง หากคุณตั้งใจไว้ล่วงหน้าว่าถ้ามีเจ้าของ ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยอย่างเด็ดขาด หรือจนกว่าเขาจะตกลงเป็นมั่นเป็นเหมาะกับแฟนว่าจะเลิกกัน เจตนาเช่นนี้จะทำให้เป็นผู้หลีกจากภัยเวรทางกาม ทั้งในปัจจุบันและอนาคตครับ
พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนในโลกนั้น แปดเปื้อนด้วยกาเมสุมิจฉาจารมากกว่าคนที่ปลอดจากกาเมสุมิจฉาจาร และเพราะเหตุนั้นเอง ย่อมน้อยที่เราจะพบคู่ที่ประสบแต่สุข โดยมากจะอยู่กันด้วยความสงสัยว่าใช่คู่ของตัวแน่หรือไม่ อยู่กันด้วยความคิดกลับไปกลับมาว่าตนเองเลือกคู่ถูกหรือไม่ และอยู่กันด้วยความหวาดระแวงว่าคู่ของตนจะไปมีคนอื่นหรือไม่ คนส่วนใหญ่จะไม่ยอมทนว้าเหว่ แล้วก็ตัดสินใจกันผิดๆร่ำไป บางทีก็เริ่มจากเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ยังไม่ผิดบาปชัดเจน เช่นจีบแฟนคนอื่นนี่แหละ
จาก
http://dungtrin.com/newsletter/prepare016.htm
แม้คู่ที่มีความคิดอ่านดี อยากทำชีวิตให้มีสุข
อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง
เรียกว่าเสพสุขในการอยู่ร่วมระดับของบุญ
ยังอาจมีความเคลือบแคลงระแวงใจในกันได้
เพราะมีสิทธิ์นอกใจกันตลอดเวลา แต่ถ้าคู่ไหนเริ่มขยับ
เริ่มอัพเกรดสัมพันธภาพให้อยู่ร่วมกันในระดับของศีล http://202.44.204.76/narupan/PantipSakajcha02.htm
ความรักไม่มีผิดไม่มีถูกตรงที่หวังครอบครอง หวังเป็นอิสระต่อกัน หรือเปลี่ยนใจไปหาคนอื่น แต่จะเริ่มเป็นบาปหรือเป็นบุญตอนที่เลือกจะมีความสัมพันธ์แบบไหนกับใครและอย่างไร
บาปจะเกิด ความผิดพลาดและมลทินติดตัวจะมีต่อเมื่อเราไปยุ่งกับคนมีเจ้าของ
บุญจะเกิด ความถูกต้องและราศีสง่าจะมีเมื่อเราคบกับคนดี มีธรรมะ ในลักษณะที่เกื้อกูลให้กันและกันเจริญขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม
จาก
http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=59&start=12
|
|
ความรัก กับ ความทุกข์ เศร้า และผิดหวัง |
อันมนุษย์สุดเฉาให้เศร้านัก
ยังปักรักปักหลงไม่สงสัย
มันก่อร่างทางมาและทางไป
เป็นอย่างไรไม่ดูไม่รู้ลา
เพราะพึงใจในรูปที่จูบหอม
หรือสมยอมยินเสียงไม่เดียงสา
หรือแรงเรียกเพรียกแห่งกระแสตา
หรือใบหน้าคร่าจิตพิชิตใจ
เมื่อยินยอมตรอมตรมก็ซมเปล่า
ไม่รักเราเท่ากันไม่หวั่นไหว
เรื่องของเรื่องอยากเปลืองใจให้โทษใคร
ก็แค่ใจไม่ดูให้รู้คลาย
ถ้าหวงทุกข์จะลุกเดินไม่เพลินแน่
ถ้าอยากแก้อย่าแพ้รักก็จักหาย
อย่ากอดทุกข์จงทิ้งขว้างให้ห่างกาย
ก็คลี่คลายเป็นสุขสนุกเอง
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001076.htm#2

รักสามเส้าก็คือความเศร้าจากราคะสามหน่วยนั่นแหละ
ปฐมเหตุแห่งการมีรักสามเส้าคือความใจอ่อน
ไม่เด็ดเดี่ยวในการเลือก ไม่เด็ดขาดในการปฏิเสธ
ปล่อยให้เริ่มต้นง่ายๆ
แล้วปล่อยให้เลยตามเลย จนมาถึงจุดที่อ้างได้ว่าสายเกินไป
ตัดใจไม่ได้สักทาง
ทางออกคือคุณเลือกชาตินี้แหละ
เอาชีวิตนี้แหละเป็นที่ตั้งของกรรมใหม่ที่หักเหเส้นทางเดิม
เลือกให้ได้คนหนึ่ง พิจารณาเอาจากบุญที่ทำร่วมกันได้
แล้วเด็ดเดี่ยวในการเลือกคนหนึ่ง
เด็ดขาดในการปฏิเสธอีกคนหนึ่ง
สัญญากับตัวเองแน่วแน่ว่าจะไม่ใจอ่อน
จำไว้ง่าย
ๆ
ว่า
๑) มีใครจะมีคนเดียว
ไม่เผื่อใจกับใครอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง
๒)
ไม่เผลอใช้มายาหญิงให้ความหวังกับใครทั้งที่ไม่มีใจให้เขาเลย
๓)
ไม่หลอกตัวเองว่าตัดใครไม่ได้สักคน
เอาแค่สามข้อนี้
ถ้าขึ้นใจและปฏิบัติจริง ก็จะกลายเป็นสุจริต ๓ ทั้งกาย
วาจา ใจ
พาให้พ้นจากความเศร้าเพราะรักสามเส้าได้ทั้งชาตินี้และชาติต่อ
ๆ ไป
http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=79&start=9
ดังตฤณวิสัชนา ฉบับวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๘

มีอะไรอย่างหนึ่งในตัวชายและหญิง ที่มักนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง และทำให้นึกเจ็บใจตัวเองย้อนหลังอยู่เรื่อยๆ คืออาการ "รู้ทั้งรู้ แต่ก็ใจอ่อน"
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/007254.htm#10

อาการที่ถูกต้องของการถอนพิษรักนั้น ไม่ใช่ความพยายาม ตัดใจ เพราะใจเป็นสิ่งที่ไม่มีคมมีดชนิดไหนๆ ตัดได้ขาด พฤติกรรมทางจิตที่ถูกต้องคือ สละออก ซึ่งเป็นอาการที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย เนื่องจากเคยชินที่จะ เอาเข้าตัว กันทั้งนั้น ซึ่งนั่นแหละครับคือการเพาะชำนิสัยหวงทุกข์ หวงยางเหนียวยึดติดกับปฏิกูลทางอารมณ์โดยแท้
แต่ละคนมีพลังหรือศักยภาพในการสละออกแตกต่างกัน และศักยภาพดังกล่าวนี้ไม่ใช่มีกันด้วยความบังเอิญ กับทั้งไม่ใช่ความสามารถเฉพาะทาง จิตที่มีดี ที่สามารถสลัดขยะหรือปฏิกูลทางอารมณ์ออกได้ง่ายนั้น คือจิตของผู้ที่เคยชินกับการสละออกเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่เฉพาะเรื่องรักใคร่หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง
นี่เป็นการมองภาพกว้างภาพรวม ถ้าคุณอ่านเกมของจิตออก จะเห็นความสัมพันธ์ทั่วถึงกันหมด ไม่มีใครฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการตัดรัก แต่ทุกคนสามารถฝึกที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสละอารมณ์ส่วนเกินกันได้ทุกแง่
http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare033.htm
(เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว ๒๘ เม.ย. ๔๘)

อย่าคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูกทิ้ง
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกที่จะทิ้งขยะชิ้นหนึ่งไป
อย่าคิดว่าเราต้องเป็นฝ่ายเหงา
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกพักร้อนให้สบายตัวสบายใจสักระยะหนึ่ง
อย่าคิดว่าเราเป็นฝ่ายทรมาน
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายเลือกทำความสบายใจแก่เขา
อย่าคิดว่าเราควรเหนี่ยวรั้งเขา
ให้คิดว่าเราเป็นฝ่ายให้อิสระเป็นทานแก่คนอื่น
เปลี่ยนมโนกรรม (กรรมทางความคิด)
จากมืดเป็นสว่าง ชีวิตจะสว่างเองครับ
จิตที่สว่างย่อมอบอุ่นเป็นสุข
มีแต่ใคร ๆ
วิ่งมาหา มีแต่ความอิ่มเต็มเบิกบาน
มีแต่อยากได้อิสระให้ตนเองและใคร ๆ ทั้งโลก
http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=79&start=10
ดังตฤณวิสัชนา ฉบับวันที่ ๒๗ ต.ค. ๒๕๔๘

ความซื่อที่ขาดเสน่ห์ น่าจะดีกว่าเสน่ห์ที่ขาดความซื่อมากนัก
(ทางนฤพาน บทที่ ๒๘ วังวน)

วันก่อนเมื่อคุณยังไม่อกหัก ก็มีใครบางคนอกหักมาก่อน
วันนี้คุณกำลังอกหัก ก็มีใครบางคนหายเศร้า
ทำใจได้ไปล่วงหน้าแล้ว
พรุ่งนี้ถ้าคุณสดใสได้เหมือนมีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ลืมความเศร้าจากอาการฟูมฟายเพราะเสียของน่ารักน่าใคร่
ก็จะมีใครบางคนมารับช่วงแทน
โศกเศร้า อาลัยอาวรณ์ ราวกับไม่อาจผ่านทางลำบากได้สำเร็จ
โลกเป็นอย่างนี้มานานเต็มที
แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นของน่าเบื่อหน่าย
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001415.htm#2

ความรักมักเล่นตลก
ตอนต้องการส่วนใหญ่ไม่มา
แต่บางทีมาตอนไม่ต้องการ
ตอนมาก็มักมาพร้อมปัญหา
เหมือนความรักจะเป็นเครื่องยืนยันว่า
ของจริงคือทุกข์ ความสุขแค่ของปลอม
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/006133.htm#14

รักนั้น เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
เป็นที่มาของความผิดหวังเมื่อไม่ได้บุคคลอันเป็นที่รักมาครอง
เป็นที่มาของความคร่ำครวญเมื่อพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก
เป็นที่มาของความอึดอัดเมื่อได้อยู่ร่วมกับคนที่เข้ากับเราไม่ได้เต็มร้อย
ฯลฯ
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/003580.htm#1

บางทีรางวัลของคนดีก็ไม่ใช่จะมีคู่ที่สมหวังแบบเร็ว ๆ
นะครับ
ธรรมชาติอาจกะเกณฑ์ให้เราเจอทุกข์เสียก่อน
เพื่อใช้ความทุกข์นั้นเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่ความสุขที่เหนือกว่าความรัก
และเมื่อถึงจุดของความนิ่งจริงๆ
ถึงจะยอมเปิดตัวคนรักที่แท้ให้กับเรา
บางคน ถ้าใจยังวุ่น ๆ ยังหยุด ยังนิ่งไม่เป็น
ขืนคนที่คู่ควรกับเราโผล่มาตอนนั้น
เขาก็อาจพลาดจากเราไป
ไม่อาจเป็นคู่ครองร่วมกันอย่างถาวรได้ฅ
เพราะอาจิณณกรรม
คือนิสัยของเรายังอาจเป็นตัวทำลายสัมพันธภาพกับคู่แท้ของเรา
ต่อเมื่อผ่านความเจ็บปวด เรียนรู้จากความผิดพลาด
เห็นจังหวะจะโคนแบบต่างๆ ของชีวิตมากเข้า
พอใจเป็นบุญ มีความนิ่งพอจะรองรับกับคู่แท้ถาวรได้
เขาถึงจะปรากฏตัว
อย่าท้อแท้กับความดีก็แล้วกัน
ที่ผ่านมาในอดีต
มองย้อนไปอาจรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเรา
พอเราเปลี่ยนมาอยู่กับกระแสธรรมะ
ความเป็นตัวจริงของเราถึงเริ่มปรากฏ
ซึ่งก็อาจเป็นเหตุให้คู่แท้ของเราปรากฏตัวเช่นกัน
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008652.htm#19
|
ความรัก กับ สัจจธรรม |
"การสูญเสียเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป ไม่มีอะไรจากเราไปตลอดกาล ถ้าคลี่เวลาออกเป็นเส้นตรงและสามารถเห็นได้จริงทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคตพร้อมกัน เราคงเห็นตัวเองได้ของรักแล้วเสียของรัก หัวเราะแล้วร้องไห้ พบแล้วพลัดพราก ย้อนเวียนกลับไปกลับมา สลับกันเป็นสายโซ่ยืดยาว"
(ทางนฤพาน บทที่ ๑๔ ร่วมทาง)
![]()
![]()
![]()
ธรรมชาติจะบังคับให้เราทิ้งทุกคนไปอยู่ดี เราเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม เรารักและหวังหอบหิ้วใครไปด้วยก็ตาม พวกเราต่างก็เป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว มาสวมหัวโขนเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง คนรัก เพื่อน ศัตรู หรืออะไรอื่นเดี๋ยวเดียว แล้วก็ต้องตายจากไปเป็นอื่น แม้ในชาติเดียวกันก็อาจเป็นอะไรหลาย ๆ ฐานะ บางคนเดินชนไหล่หรือเหยียบเท้าใครอีกคนบนถนน ทะเลาะกันเลือดขึ้นหน้าเป็นพัก กว่าจะจำได้ว่าเคยเป็นเพื่อนรักสุดรักสมัยประถมมัธยมที่เคยอยากไปไหน ๆ ด้วยกันตลอดชีวิต แต่พอห่างกันมาก ๆ เจออีกทีอาจกลายเป็นศัตรูก็ได้ เราต่างถูกหลอกว่ามีคนรักและเครือข่ายญาติมิตร ทั้งที่จริงทุกคนไม่มีแม้แต่เงาติดตามตัวเองไปได้ตลอด
(๗ เดือนบรรลุธรรม เดือนที่ ๕)
![]()
![]()
![]()
มนุษย์เราถูกหลอกให้หลงติด หลงร้องไห้คร่ำครวญกับสิ่งที่วันหนึ่งต้องทิ้งไป
ไม่ว่าจะได้อะไรมาแค่ไหนก็เสียไปแค่นั้น หลงทำบาปทำกรรมติดตัวไปภพหน้ากันก็เพียงเพราะยังติด ยังไม่รู้ด้วยกันทั้งสิ้น
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/008619.htm#4
![]()
![]()
![]()
ตัวผู้รัก ผู้ถูกรัก ผู้สมหวัง ผู้ผิดหวัง ปรากฏมีสาระอยู่แต่ในจิตอันปรุงแต่ง เสกปั้นสรรค์ไป จูงให้เราหลงไป เพ้อไป ปราศจากแก่นสาร
(ทางนฤพาน บทที่ ๑๖ ฝันร้าย)
![]()
![]()
![]()
ปกติเวลาเราฟุ้งซ่านถึงใคร เราจะรู้สึกว่าเขามารบกวนเรา เราจะมีปฏิกิริยาทางใจกับเขาเป็นชอบ เป็นชังยิ่ง ๆ ขึ้นทุกครั้งที่เขามาอยู่ในหัวของเรา ทั้งที่ตัวจริงของเขาไม่ได้มาอยู่ตรงนั้นเลย
(๗ เดือนบรรลุธรรม สรุปเดือนที่ ๔)
![]()
![]()
![]()
บทสรุปหนึ่งก็คือว่า รักแท้น่ะมีจริง
แต่ที่จริงกว่านั้นคือกิเลส
หมายความว่าถ้ามองตามสายตาทางโลกก็ต้องว่ามี
แต่ถ้ามองตามสายตาทางธรรมก็ต้องว่ารากของรักแท้นั้นมาจากกิเลสนี่เอง
ที่รักแท้จะมีอันต้องกลับกลายเป็นรักเก๊
ก็ด้วยกิเลสอันเดียวกันอีกนั่นแหละ
โดยมีตัวแปรเช่นบุคคล เวลา
และสถานการณ์มาร่วมสมการกิเลส
กิเลสมากก็ทุกข์มาก กิเลสน้อยก็ทุกข์น้อย
สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
(ทางนฤพาน บทที่ ๒๘ วังวน
และ
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/006918.htm#2
)
![]()
![]()
![]()
พระพุทธองค์ท่านตรัสว่าคนเรามีรักร้อยก็นับว่าทุกข์ร้อย มีรักสิบก็นับว่าทุกข์สิบ มีรักหนึ่งก็นับว่าทุกข์หนึ่ง หากไม่มีรักเลย ก็แปลว่าไม่ต้องมีทุกข์เพราะรักเลยเช่นกัน สรุปคือ ความรักเป็นแค่รูปแบบหนึ่งของความทุกข์เท่านั้น ต่อให้รักกันยืดยาวจนแก่เฒ่า วันหนึ่งก็ต้องทุกข์ใหญ่หลวงเพราะความพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักอยู่ดี
(กรรมพยากรณ์ : ชนะกรรม ตอนที่ ๓๓ คู่มือนักฆ่าตัวตาย)
![]()
![]()
![]()
การเกิดใหม่ช่างเป็นอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรประกันความแน่ใจ และไม่มีใครจำใครได้ เหมือนเล่นซ่อนหาชนิดปิดทางพบเจอ ทำให้ณชะเลมองความสัมพันธ์ทั้งหลายเป็นเรื่องหลอกลวง ถึงแม้พยายามเป็นที่พึ่งให้กันก็เป็นไปได้แค่เดี๋ยวเดียว แล้วต่างต้องแยกย้ายไปเสวยกรรมตามวิบากแห่งตน ไม่อาจนัดหมายว่าจะไปเจอกันที่ไหน เมื่อไหร่ ในสภาพเช่นใดเลย
(กรรมพยากรณ์ : เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ ๔๑ คนอยู่ข้างหลัง)
![]()
![]()
![]()
อยู่ในสังสารวัฏ ท่องเที่ยวเกิดตายไปเรื่อย ๆ นั้น
แม้สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่สังสารสัตว์หวังฝากไว้ให้อบอุ่นใจ
คือความรัก
ความมั่นคงของเนื้อคู่ที่จะติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ
เอาเข้าจริงก็แค่ความไม่แน่นอนอีกชนิดหนึ่ง
ความแปรปรวนเป็นอื่นได้อีกชนิดหนึ่ง
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001630.htm#27
![]()
![]()
![]()
ภพชาติ ความสัมพันธ์ และสายใยต่างๆนั้นซับซ้อน
มีความไม่แน่นอนเป็นความหวังได้ด้วยเหตุปัจจัยอันลึกลับเกินหยั่ง
ทำใจไว้แต่แรกว่าเราทุกคนเป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว
จะได้สบายใจในระยะยาว
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/007278.htm#24
![]()
![]()
![]()
ความรักชั้นสูงคือความรักพระนิพพานครับ
เมื่อรักพระนิพพานอันเป็นธรรมชาติสูงสุดเหนือสมมุติได้
บุคคลย่อมไม่หลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต่ำกว่านั้นแบบยอมตายถวายชีวิตอีก
http://larndham.net/index.php?showtopic=11316&st=5
![]()