กรรมพยากรณ์ ตอน เลือกเกิดใหม่
โดย ดังตฤณ
กลับสู่หน้าหลัก Dungtrin on Mobile >> สารบัญ
ตอนที่ ๔๒ อีกงาน
จองฤกษ์มาถึงศาลาสวดศพพร้อมกับเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นกลุ่มหนึ่ง การจากไปของเพื่อนรักที่คบหาสนิทชิดเชื้อยังความเศร้าโศกเสียใจให้เกิดขึ้นเป็นธรรมดา นอกจากนั้นยังเกิดความงุนงงไม่เข้าใจเรื่องราวแจ่มแจ้งแทงตลอด เนื่องจากข่าวที่ออกมาค่อนข้างคลุมเครือ ไม่ชัดเจนว่าพฤหัสไปโยงใยกับคดีนี้อย่างไร ทุกคนอาจรู้สึกดีหน่อยก็ตรงที่เหยื่อสาวออกมาให้การปกป้องและรับรองว่าพฤหัสเสียสละชีวิตปกป้องหล่อนในนาทีสุดท้าย
ในฐานะเพื่อนที่รู้ไส้รู้พุงกันดี จองฤกษ์อดพิศวงไม่ได้ว่าคนอย่างพฤหัสนี่หรือจะไปสละชีพเพื่อคนอื่น? แต่เขาก็เก็บความกังขาไว้ แม้เพื่อนชายอีกหลายคนจะวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา แบ่งฝักแบ่งฝ่ายความเชื่อไปเรื่อย เขาก็มิได้เข้าไปร่วมให้ความเห็นแบบเอามันเข้าว่าแต่อย่างใด เพราะจะดีเลวแค่ไหน พฤหัสก็จัดเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ถ้าปกป้องไม่ได้ เขาก็ไม่อยากมีส่วนซ้ำเติมเข้าไปอีก
เสียงมือถือดังขึ้นเป็นเพลง คนนี้แฟนฉันเอง ซึ่งเหมือนผู้แต่งจะตั้งชื่อไว้เอาใจคนอยากประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่าใครโทร.มาโดยเฉพาะ ตอนอยู่ใกล้กันณชะเลเคยลองโทร.เข้าเครื่องเขาเพื่อลองฟังว่าเบอร์ตนถูกผูกไว้กับเพลงหรือเสียงแบบไหน พอคำร้อง คนนี้แฟนฉันเอง ดังลั่นขึ้นมาหล่อนก็หน้าแดง รีบสั่งให้เอาออกทันที ซึ่งเขาก็เอาออกตามบัญชา แต่พอลับหลังก็เอาใส่ใหม่
ฮัลโหล
ฤกษ์รู้ข่าวเพื่อนเธอหรือยัง?
กำลังนั่งอยู่ในงานศพ
เขาตอบเสียงอ่อย
แล้วรู้ไหมว่าผู้หญิงในข่าวคือใคร?
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วย่น
ไม่รู้
ใครเหรอ?
น้าเค้กไง!
ฮ้า! เขารีบลุกจากที่ เดินออกมานอกศาลาเดี๋ยวนั้น แน่ใจเหรอ?
ทรายอยู่ที่ห้องน้าเค้ก กำลังรอน้าเค้กอาบน้ำ เมื่อกี้เพิ่งสัมภาษณ์สดยาวเหยียด อยากฟังรายละเอียดเพื่อความแน่ใจไหม?
จองฤกษ์อึ้งเงียบไปนาน จับต้นชนปลายไม่ถูก กว่าจะหลุดคำออกมาได้
ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ?
เพื่อนซี้ของฤกษ์ไม่ใช่เหรอ ฤกษ์น่าจะเป็นคนบอกทรายนะว่าทำไม แล้วหล่อนก็ตัดบทเข้าเรื่อง ไม่แน่ใจว่าฝนจะมางานศพหรือเปล่า แต่เดี๋ยวน้าเค้กไปแน่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ฤกษ์ก็อย่าพูดพาดพิงถึงฝนแล้วกัน ไม่อยากให้น้าเค้กเสียใจซ้ำซ้อน
เด็กหนุ่มงงๆ เวียนๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนเสนอ
จะให้เรากลับก่อนไหม? น้าเค้กจะได้ไม่ต้องเห็นหน้า แล้วก็ไม่ต้องโยงมาถึงต่อยกับฝน
ไม่มีเหตุผลขนาดต้องให้เธอทิ้งงานศพเพื่อนไปหรอก
แล้วถ้าฝนมาล่ะ?
อย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ ทรายกับแม่ไม่ถาม แล้วก็ไม่ห้ามเขาหรอก เมื่อเช้าดูท่าแล้วฝนเสียใจไม่น้อยเหมือนกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถือเสียว่าความลับไม่มีในโลก ความจริงดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนักหรอก แค่กลัวว่าน้าเค้กจะเขิน หรืออาจจะ
รู้สึกอะไรแบบที่พวกเราเดาไม่ถูก แล้วไม่กล้ามาที่บ้านอีกเลย เพราะฉะนั้นถ้ากันได้ก็กัน ถ้ากันไม่ได้ก็ต้องปล่อยไปตามนั้น
แล้ว
น้าเค้กมารู้จักกับต่อยได้ยังไง เมื่อไหร่?
ก็ระยะหนึ่ง ก่อนที่เธอจะพาเขามาป้วนเปี้ยนแถวบ้านทราย
จองฤกษ์หัวเราะเสียงแปร่ง
เอ่อ
แล้วน้าเค้กเล่าว่าไง ต่อยไปเกี่ยวกับคดีนี้อีท่าไหน
เขาจับน้าเค้กจะเอาไปขายน่ะสิ!
หา??
เสียงอุทานราวกับฆ้องใหญ่ของแฟนหนุ่มทำให้เด็กสาวหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก เหมือนเขาเห็นเป็นเรื่องเหลือเชื่อเต็มประดา ทั้งที่รูปการณ์ก็ส่อชัดอยู่แล้ว
ตกใจอะไรมากมายคะสุดหล่อ? ถามสำเนียงอ้อนแบบประชดแล้วเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น นี่ถ้าน้าเค้กไม่ทำให้ตานั่นกลับตัวกลับใจได้เสียก่อนก็เดาทางถูกเลย ว่ารายต่อไปจะเป็นใคร
จองฤกษ์ทราบดีว่าเสียงเข้มๆ นั้นประสงค์จะจูงให้เขานึกถึงละอองฝน แต่มึนงง ไม่ทราบจะโต้ตอบท่าไหน คล้ายถูกทุบด้วยค้อนปอนด์สองทีซ้อนจนต้องนั่งยองๆ
ไม่คิดเลยว่าต่อยจะเป็นคนแบบนี้
ณชะเลคันอกคันใจ อยากเอาเรื่องแฟนหนุ่มให้เขารู้สึกผิดหนักขึ้น แต่ภาคแห่งความมีเหตุผลก็ยับยั้งไว้ เพราะทราบดีว่าจองฤกษ์ไม่เคยล่วงรู้พฤติกรรมด้านมืดของพฤหัสมาก่อน จึงไม่อาจกล่าวว่าเขาพลอยเปื้อนมลทินเพียงเพราะเป็นเพื่อนกัน
เดี๋ยวเจอกันนะ เด็กสาวฝืนตัดบท ทรายจะไปกับน้าเค้กด้วย ความจริงไม่อยากไปนักหรอก แต่กลัวฤกษ์ทำเสียเรื่อง พยายามพูดให้น้อยๆ หน่อย ปล่อยให้ทรายพูดเองคงดีที่สุด
ทราย
เรา
เอ่อ
นี่แปลว่าเราคงต้องบอกว่าขอโทษทรายอีกแล้วสินะ?
ช่างเถอะ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด
แต่ก็น่าบิดหูใช่ไหมล่ะ?
ณชะเลหัวเราะออกมาได้ที่แฟนหนุ่มดักคอ พูดแทนใจหล่อนถูก
เท่านี้ก่อนนะ วัดอยู่ใกล้ๆ สักครึ่งชั่วโมงคงถึง
โลงศพของพฤหัสเหมือนเตือนอเวราให้ระลึกถึงคุณงามความดีครั้งสุดท้ายของเขา ที่สำนึกผิดและยอมชดใช้ด้วยชีวิต หญิงสาวจึงร้องไห้ออกมาอีกอย่างลืมอาย ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับเมื่อวานเย็น วันนี้ผิดไปตรงที่มีณชะเลประคองปลอบอยู่เคียงข้าง ไม่ต้องร้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายดังเคย
บรรยากาศรอบๆ ก็มีสาวน้อยอีกหลายรายที่ตาแดงบ้าง ร้องไห้กระซิกบ้างประปราย ไม่ทราบเหมือนกันว่าแต่ละคนระลึกถึงคุณงามความดีข้อไหนของพฤหัส ณชะเลเห็นบรรดาสาวงามร้องห่มร้องไห้เช่นนั้นก็เพิ่งนึกได้ว่าตนหลวมตัวมาเป็นส่วนประกอบในจังหวะที่อาจพลอยโดนเข้าใจผิด เพราะเมื่อเดินเข้าศาลามา หล่อนกับน้าก็กลายเป็นจุดเด่น รวมสายตาเกือบทุกคู่ให้ประสานเพ่งมองด้วยแววชนิดหนึ่ง ทำนองว่ามาอีกรายแล้ว สองสาวผู้สวามิภักดิ์มหิทธิเสน่ห์แห่งหนุ่มรูปงามผู้จากไปก่อนวัยอันควร จนหล่อนต้องกระวีกระวาด แสดงท่าลูบหน้าลูบหลังปลอบน้าสาวเป็นการใหญ่ เพื่อให้ใครต่อใครเข้าใจฐานะของหล่อนเสียให้ถูก
เมื่อครู่สังเกตตอนไหว้พ่อแม่พฤหัส ทั้งสองท่านไม่มีท่าทีเอะใจแม้แต่น้อยว่าผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตจอมเจ้าชู้ของพฤหัสมายืนอยู่ตรงหน้า นั่นทำให้ณชะเลลอบถอนใจ หากพฤหัสก่อกรรมชั่วช้าได้สำเร็จราบรื่น งานศพนี้จะไม่เกิดขึ้น แล้วทั้งพ่อและแม่เขาก็คงไม่มีวันล่วงรู้เลย ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกส่งไปลงนรกทั้งเป็นด้วยน้ำมือลูกชายตน!
คนมากันเต็มและพระจะเริ่มสวดพอดี แม้มีการนำเก้าอี้มาเสริมก็แทบไม่พอ เพราะเพื่อนฝูงของพฤหัสแห่มากันมาก เห็นชุดนักเรียนสลอน ณชะเลกำลังงงๆ ว่าจะหาที่อย่างไร สายตาก็ปะแฟนหนุ่มซึ่งกำลังกวักมือเรียกหย็อยๆ โชคดีเขากันที่ให้หล่อนกับน้าไว้แล้ว
ฝืนฝ่ากระแสจดจ้องสนใจเป็นตาเดียวของใครต่อใคร กระทั่งเดินไปถึงจองฤกษ์ซึ่งนั่งอยู่แถวท้ายสุด หลายคนทำหน้าแปลกใจที่ดาวเด่นสองดวงใหม่ไปลงเอยตรงที่นั่งของหนุ่มผู้สมควรบูชาแห้วเป็นสรณะ เหลือเชื่อว่าหมอนั่นกวักมือเรียกสาวสวยได้ด้วย
พอนั่งลงกับที่ อเวราก็ปิดหน้าร้องไห้ต่อ ไม่มีแก่ใจสงสัยว่าเหตุใดจองฤกษ์จึงมาปรากฏตัวอยู่ในศาลา นึกง่ายๆ ว่าณชะเลคงโทร.ชวนแฟนมานั่งเป็นเพื่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่กันตามลำพังผู้หญิงสองคนเท่านั้น
กระทั่งได้เวลากินข้าวต้ม อเวราซึ่งพยายามฝึกที่จะไม่เศร้าโศกยืดเยื้อ ก็ยื่นหน้ามาทักทายเพื่อนหนุ่มของหลานอย่างมีไมตรี
เลยต้องรบกวนฤกษ์ด้วย ขอบใจนะที่มานั่งจองที่ให้ โดนใบสั่งจากทรายเหรอ?
เด็กหนุ่มอึกอัก การที่ณชะเลสั่งห้ามไม่ให้พูดมากกลายเป็นตัวสร้างความเกร็ง เขาเหลือบตาไปทางแฟนสาวอย่างจะให้ตอบเอง พิรุธนั้นเลยจูงสายตาอเวราให้เหลือบลงสังเกตอักษรย่อของชื่อโรงเรียนบนอกเสื้อ
เอ๊ะ!
อุทานสั้นๆ แล้วเงยหน้ามองจองฤกษ์เงียบไป ณชะเลเห็นเช่นนั้นจึงจำต้องหันซ้ายไปบอก
ฤกษ์เขาเป็นเพื่อนกับ
เอ้อ
นายคนที่นอนอยู่ในโลงน่ะค่ะ
อเวราสะดุ้งนิดๆ แต่ก็มิได้มีปฏิกิริยาแสดงความประหม่ามากนัก ยังพึมพำได้ด้วยสุ้มเสียงเกือบเป็นปกติ
บังเอิญจริง
ณชะเลเม้มปาก
ค่ะ เหมือนโลกมีคนอยู่แค่ไม่กี่คน ถามไปถามมารู้จักกันหมด
แล้ว
ทรายเคยเจอต่อยบ้างไหม?
ก็
เอ่อ
หลายอาทิตย์ก่อนดูเหมือนบังเอิญพบในห้างน่ะค่ะ ตอนนั้นเดินไปกับฤกษ์แล้วเขาเจอกัน พวกเขาก็ทักทายตามประสา
หล่อนจำต้องเล่าความจริงบางส่วน โดยนึกไม่ถึงเลยว่านั่นจะกลายเป็นชิ้นส่วนข้อมูลที่ทำให้อเวราปะติดปะต่อความจำในส่วนของตนได้สนิท
ห้างเซ็นทรัล ช่วงก่อนเที่ยงใช่ไหม?
คำถามเจาะลึกนั้นทำให้ณชะเลอ้ำอึ้งงุนงงไปชั่วครู่อย่างเดาไม่ถูกว่าน้าสาวทราบได้อย่างไร และกำลังคิดอะไร รู้แต่ว่ามีบางสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว
ทรายก็จำไม่ถนัดว่าเวลาอะไร แต่ก็
น่าจะราวๆ นั้นมั้งคะ ทำไมเหรอคะน้าเค้ก?
อเวราขบริมฝีปากอย่างจะหักห้ามความรู้สึกบางประการ ก่อนยกมือขวาขึ้นจิกกลุ่มผมเหนือหน้าผากตนคล้ายตั้งท่าจะขยำทึ้งด้วยความบีบคั้นทางอารมณ์ เจ็บแน่นหน้าอกราวกับคนเป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง
ใช่แล้ว
ก่อนที่พฤหัสจะพบกับณชะเล คงเป็นช่วงนั้นเอง ที่หล่อนเพิ่งโทร.บอกเขาว่ากำลังจะจอดรถ ถามไถ่ว่าเขาอยู่ที่ไหน พฤหัสยังระรื่น พูดคุยหยอกล้อเอาอกเอาใจหล่อนด้วยความลุ่มหลง
แต่ถัดจากนั้นเพียง ๕ นาที ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เขาพบใครบางคนที่ทำให้ตาลอย ตกอยู่ในภวังค์เหม่อ และหมดความไยดีในหล่อนได้อย่างถาวร
นึกไม่ถึงเลยว่า ทราย ที่เขาเคยละเมอหากลางดึกคือหลานสาวสุดที่รักนี่เอง!!
กลางงานศพของอดีตแฟนหนุ่ม หล่อนกำลังนั่งเคียงข้างผู้หญิงที่ทำให้เขามีใจออกห่าง และเห็นหล่อนเป็นแค่ขยะทางกามารมณ์ที่น่าเขี่ยทิ้งด้วยวิธีแลกเงิน
น้าเค้ก
เป็นอะไรคะ?
ณชะเลใช้มือแตะต้นแขนน้าสาวด้วยความเป็นห่วง แต่ต้องงงงันเมื่อฝ่ายนั้นเบี่ยงกายหนีด้วยกิริยาที่เห็นได้ชัดว่าบันดาลขึ้นจากโทสะ
อเวราใช้หางตามองคนสวยหวานข้างตัวด้วยแววของปฏิปักษ์เป็นครั้งแรก แม้ตระหนักว่าตนกำลังริษยาและเคียดแค้น ก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องหักห้ามใจแต่อย่างใด
น้าก็เป็นได้อย่างมากแค่เดนให้เขาเขี่ยทิ้ง เหมือนทุกครั้งที่ผู้ชายเจอคนอื่นนั่นแหละทราย อย่างน้อยสติหล่อนก็ยังดีพอจะไม่ขึ้นเสียงแหวเกรี้ยวกราด ทรายไม่ได้พบกับต่อยแค่ครั้งเดียวใช่ไหม?
น้ำเสียงเย็นชาที่มีกลิ่นไหม้แห่งไฟโทสะทำเอาณชะเลสะบัดร้อนสะบัดหนาว คิดว่าน้าสาวต้องเข้าใจอะไรผิดอยู่แน่ๆ หางตาเขม็งแลของฝ่ายนั้นราวกับเป็นหนามแหลมที่พุ่งมาทิ่มตำให้เสียวแปลบและผะผ่าวไปทั้งร่าง รับรู้ว่าน้าสาวกำลังเสียความรู้สึกอย่างรุนแรง ไม่รู้เท่านั้นว่ามันเรื่องอะไร เกี่ยวกับหล่อนแค่ไหน
น้าเค้ก
เรากลับบ้านกันเลยดีไหมคะ? นั่งคุยในรถจะได้ถนัดๆ
ด้วยท่าทีปั้นปึ่ง อเวราลุกขึ้นก่อน สองหนุ่มสาววัยรุ่นจึงลุกตาม ต่างเข้าไปล่ำลาพ่อแม่ของชายผู้ทิ้งซากไร้วิญญาณไว้ในโลงไม้ แล้วมาขึ้นรถซึ่งจอดไม่ห่างจากศาลามากนัก
อเวราไม่สตาร์ทเครื่อง แต่สายตามองตรง ถามณชะเลเรียบๆ ว่า
ทรายเคยพบต่อยกี่ครั้ง?
สองสามครั้งค่ะ เขาเป็นคู่เล่นแบดกับฤกษ์ มีอยู่วันหนึ่งฤกษ์เกิดอยากเล่นแบดคู่ ก็เลยชวนทรายกับฝนมาเข้าทีมกัน
พยานนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ณชะเลจึงตอบเต็มปากเต็มคำ
เล่นแบดด้วยกันเหรอ
แล้วเจอกันยังไงที่ไหนอีก?
คราวนี้เด็กสาวเริ่มไม่พอใจ เพราะการซักไซ้ไล่เลียงนั้นมีลักษณะสอบเค้นเอาความผิดค่อนข้างชัด ณชะเลพยายามข่มความขัดเคือง แต่ไม่วายย่นคิ้วพูดด้วยเสียงเข้มขึ้น
น้าเค้กสงสัยอะไรช่วยขยายให้ทรายเข้าใจหน่อยได้ไหม? ถ้าทรายมีความผิดก็จะยอมรับ แต่ถ้าน้าเค้กเข้าใจผิดทรายจะได้แก้เสียให้ตรงกับที่ถูก
อเวราเริ่มรู้สึกตัว ความที่ยอมรับนับถือกันมาก่อนทำให้เสียงอ่อนลง
ทรายไม่มีความผิด น้าแค่อยากรู้ว่าทรายสนิทกับเขาแค่ไหนเท่านั้น
ณชะเลถอนใจเบาๆ
พูดกันนับคำได้ค่ะ และทุกครั้งฤกษ์ก็อยู่ด้วยเสมอ แต่
หล่อนสันนิษฐานว่าท่านี้น้าของตนคงระแคะระคายว่าพฤหัสมีอะไรกับคนที่บ้านหล่อนแน่แล้ว จึงตัดสินใจแย้มออกไป นี่น้าเค้กรู้เรื่องที่เขามาจีบฝนใช่ไหม?
อเวราปิดตาก้มหน้า เอาปลายนิ้วคีบสันจมูก พอความหึงหวงแบบผู้หญิงหาที่ลงไม่ได้ ก็กลายเป็นความสงบราบคาบ และเริ่มสังเวชตนเองคนเดียว
เขาจีบฝนไปถึงไหนแล้วล่ะ?
ฝนเคยพาเข้าบ้านครั้งหนึ่ง วันนั้นน้าเค้กก็มาพอดีด้วย มิน่าล่ะ เขาถึงรีบหนีออกไปโดยด่วน เว้นวรรคเล็กน้อย แล้วหล่อนก็ปล่อยหมดอย่างไม่เห็นความจำเป็นต้องเกรงใจ ไม่อยากพูดซ้ำเติมคนตาย แต่ทรายอยากบอกน้าเค้กตามตรงค่ะ ว่าเขาไม่มีค่าให้ควรนึกเศร้าย้อนหลังเลย โล่งใจเถอะว่าน้าเค้กกับฝนรอดมาได้ก็ดีแล้ว
อเวราฝืนยิ้มเศร้า เงยหน้าขึ้นเหลียวมองณชะเลเต็มตา
เขาไม่ได้จีบฝนหรอก ฝนไม่ใช่เป้าหมายของเขา
ก็นั่นน่ะสิคะ แท้ที่จริงแกล้งมาหลอกจะเอาไปขายมากกว่า
ผู้เป็นน้าสั่นศีรษะแช่มช้า
เปล่า
เขาจีบฝนเข้าบ้าน เพื่อจะได้ไปเจอทรายน่ะ!
มือเท้าของณชะเลเย็นเฉียบ เพราะนั่นไม่เคยเป็นความคิดในหัวมาก่อนแม้แต่แวบเดียว ทว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงแววรู้จริงของอเวรา ก็ดึงเอาความทรงจำเกี่ยวกับพฤหัสมาเป็นสาย ทั้งแววตา รอยยิ้ม และคำพูดที่ส่อให้เห็นความคลั่งไคล้ใหลหลงหล่อนเข้าขั้นเป็นไข้รัก แต่หล่อนก็แปลสัญญาณเหล่านั้นว่าเป็นเพียงกิริยาเสแสร้งตามปกติวิสัยของเสือผู้หญิงคนหนึ่ง หาได้เอามาเก็บเป็นอารมณ์สักนิดน้อยไม่
เงียบกริบเป็นนานกว่าจะปริปากได้
น้าเค้กเอาอะไรมาพูดคะ?
ท่าทางเขาจะหลงใหลทรายเอามาก ขนาดเคยนอนละเมอหาทรายกลางดึกทีเดียวนะ น้าไม่คิดเลยว่าจะเป็นทรายของน้านี่เอง!
จองฤกษ์เผลอลืมคำสั่งแฟนสาวที่ให้เขาพูดน้อยๆ เสนอหน้าเอาตัวต่อมาประกบอีกชิ้น
สงสัยอย่างที่น้าเค้กว่าแหละทราย
ความจริงเรารู้ๆ อยู่นะว่าต่อยมันหลงทรายเอามาก ถามถึงทรายอยู่เรื่อย นับตั้งแต่วันแรกที่เจอกันในห้างนั่นแหละ อุตส่าห์โทร.มาปั้นเรื่องเป็นเด็กเลี้ยงแกะกลางดึกเพื่อล้วงความลับ แล้วก็หาเรื่องให้ได้รู้จักกับทราย
ณชะเลตะลึงค้าง หน้าแดงจัดอยู่ในความสลัวราง
เขาก็เห็นทรายเป็นแค่เหยื่อรายต่อไป
ถ้าถึงขั้นละเมอเรียกชื่อกลางดึกอย่างน้าเค้กบอกนี่ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ
งั้นฤกษ์ก็ใช้ไม่ได้ รู้จุดประสงค์ของเพื่อนเธออย่างนี้ ทำไมถึงยังปล่อยให้เข้ามายุ่มย่ามกับพี่สาวทรายอีกหือ?
เราก็เคยบอกไง มันเห็นหน้าทราย ก็ถามเลยว่ามีพี่สาวหรือน้องสาวไหม แล้วตะล่อมหลอกล่อขอให้พามาเล่นแบดด้วย ตอนนั้นใครจะนึกว่ามันมีอะไรซ่อนแฝงซับซ้อนขนาดนี้ แล้วก็หันไปสรุปปลอบอเวราง่ายๆ ลืมมันเถอะครับน้าเค้ก ไอ้เพื่อนสารเลวนี่ถ้าไม่ตายคงได้ก่อความวายวอดให้ใครต่อใครอีกเยอะ
ณชะเลเกือบช่วยแฟนหนุ่มกระหน่ำซ้ำเป็นการแก้เขินที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกตานั่นหลงรัก แต่พอเห็นอเวราก้มหน้าในอาการข่มสะอื้น ก็ทราบว่าน้าของตนยังไม่คลายอาลัยดี จึงกัดฟันตั้งจิตให้เล็งตรงอยู่กับธรรมะเฉพาะหน้า เปลี่ยนเสียงติเตียนในหัวเป็นคำปลอบน้าสาวได้สำเร็จ
คนตาย
ยังไงก็กลับมาให้การไม่ได้ พวกเราคงดีแต่สันนิษฐานกันเรื่อยเปื่อยจากวิธีปะติดปะต่อ แล้วอาจได้ข้อสรุปที่ไม่เป็นธรรมนักกับเขา น้าเค้กมองอย่างนี้เถอะค่ะ การสละชีวิตของเขาเป็นของจริง สิ่งสุดท้ายที่เขาทำไปก็เพื่อน้าเค้กคนเดียว ในขณะที่ความลุ่มหลงใครต่อใครไปทั่ว ยังมัวมนเหมือนวิมานในอากาศที่ไม่เคยสร้างเสร็จ
ความฉลาดปลอบของณชะเลกระตุกให้อเวราได้คิด และปรับความรับรู้ให้ตรงตามจริงมากขึ้นกว่าเมื่อครู่ อารมณ์แบบหญิงริษยาหญิงเหือดแห้งลง หัวอกว่างโล่งขึ้น
เป็นอีกครั้งที่ประจักษ์ว่าจิตคนเรากลับไปกลับมาอยู่แค่สองภาวะ คือโง่กับฉลาด เมื่อใดยึดมั่นในสิ่งที่ล่วงเลยไปแล้ว เมื่อนั้นคือโง่เขลา ลุ่มหลงไม่ยอมรับตามจริง แต่เมื่อใดปล่อยวางสิ่งที่แปรปรวนไปแล้วเสียได้ เมื่อนั้นคือฉลาดรู้เท่าทัน ค่อยสมภูมิปัญญาแบบมนุษย์หน่อย
หันมายิ้มกับหลานสาว พยายามพูดเพื่อคลายโศกให้ตนเอง
เราจะรู้จักความตายแต่ละที ก็ตอนที่คนคุ้นเคยสูญหายไปจากโลกนี้อย่างถาวรนี่เองนะ คนไปก่อนเหมือนให้โอกาสคนข้างหลังได้ตระหนักว่าความมีชีวิตคืออะไร มีที่สุดแค่ไหน จะได้ไม่มัวนึกแต่ว่าจะอยู่ไปเรื่อยๆ ครอบครองอะไรไปเรื่อยๆ
ค่ะ
ณชะเลถอนใจอย่างโล่งอก ที่ไม่ต้องมีเรื่องเสียดแทงใจกันกับน้าสาวเยิ่นเย้อ แม่เคยบอกทราย ทำนองว่าแต่ละงานศพเหมือนสัญญาณนาฬิกานับถอยหลังให้เรารู้ตัวทีละติ๊ก ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ สัญญาณก็ดังถี่และเหมือนเคลื่อนมาใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ จากคนไกลตัวตามหน้าหนังสือพิมพ์ เลื่อนมาเป็นญาติสนิทมิตรสหายที่เห็นหน้าและพูดคุยด้วยกันทุกวัน จนในที่สุด
จองฤกษ์ฟังสาวๆ พูดเรื่องตายๆ แล้วชักตะครั่นตะครอ เลยชวนเปลี่ยนเรื่องคุยแบบทะลุกลางปล้องหน้าตาเฉย
ฟังว่าเจ้าต่อยทำวีรกรรมไว้บ้างก็ค่อยรู้สึกดีนะ ไม่ต้องเห็นธาตุแท้ที่ระยำตำบอนอย่างเดียว ตอนแรกพอรู้จากทรายว่ามันจับน้าเค้กไปขาย เราแทบอยากลากศพจากโลงมากระทืบซ้ำ!
ณชะเลหัวเราะ ใจหนึ่งอยากเหน็บว่าเขาเองก็เถอะ เลือกคบคนอย่างไรถึงคว้าโจรมาเป็นมิตร ต่อไปหล่อนคงไม่ไว้ใจเพื่อนหน้าไหนของเขาอีก อย่างไรก็ตาม อีกใจหนึ่งหล่อนเอื้อเฟื้อพอจะพูดเพื่อประสานรอยร้าว ไม่ให้จองฤกษ์ต้องนึกโกรธเกลียดเพื่อนผู้วายชนม์ของเขามากเกินไปนัก
ทำไมดุเดือดจังคะคุณขา? ลากเสียงหวานหยอกเย้าเป็นการนำร่อง ไหนว่าเริ่มธรรมะธัมโมแล้วไง นี่อะไร กระทั่งศพก็จะลากมากระทืบ นักเลงจริงๆ
ธาตุแท้ถาวรของแต่ละคนไม่มีหรอก มีแต่ว่าเรารู้จักคนๆ หนึ่งตอนเขาเปลี่ยนแปลงมาถึงไหน อย่างถ้าดูที่วาระสุดท้ายของเพื่อนเธอ ก็จะสรุปว่าธาตุแท้ของเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง ถึงหลงผิดบ้างก็กลับตัวกลับใจได้ทันก่อนสาย
พอแฟนสาวพยายามพูดถึงคนตายในทางดี จองฤกษ์ก็เข้าใจเจตนาและแก้ตัวใหม่ หันมาพูดเอาใจอเวราให้รู้สึกดีขึ้น
วันแรกที่ต่อยเจอน้าเค้ก มันเอามาเล่าให้ผมฟังด้วยล่ะ
ได้ผล อย่างน้อยก็สะกิดให้อเวราเงี่ยหูรอฟัง สังเกตจากที่หล่อนผินหน้ามาทางเขาครึ่งหนึ่งอย่างอยากรู้ว่าคนสำคัญของหล่อนพูดถึงหล่อนเป็นครั้งแรกท่าไหน
มันเล่าให้ฟังเรื่องเจอกันด้วยอุบัติเหตุ แล้วค่อยๆ สาธยาย บอกว่ายิ่งคุยกับน้าเค้กก็ยิ่งชอบ จองฤกษ์เล่าเสียงนุ่ม ฟังแล้วผมเชื่อนะครับว่ามันรู้สึกดีที่พบน้าเค้ก ได้คุยกับน้าเค้ก
อเวรายิ้มซึม ที่ถูกหล่อนควรปลื้มใจ แต่คำบอกเล่าจากปากจองฤกษ์กลับตอกย้ำให้รู้สึกผิดขึ้นมาอีก หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรๆ ได้ใหม่ หล่อนอาจชวนเขาพูดคุยทำความรู้จักกันมากกว่าเคย เพราะนับแล้วเวลาของการเสวนาพาทีช่างน้อยนัก ในเมื่อด่วนได้แต่กามอันน่าติดใจ ต่างฝ่ายต่างก็จดจ่ออยู่กับการนัดพบเพื่อผูกสัมพันธ์ฝ่ายต่ำท่าเดียว แล้วบีบให้แต่ละฝ่ายไม่มองกันและกันด้วยความหวังที่สูงไปกว่านั้น
รู้จักกันวันเดียวก็ยอมนอนกับเขา หล่อนอาจทำตัวเหมือนขยะที่น่าขายทิ้งจริงๆ !
ขอบใจที่เล่าให้ฟังนะจ๊ะฤกษ์
ถ้าเลือกกำหนดชะตาได้เอง น้าไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ไม่อยากให้เรื่องคลี่คลายมามีงานศพก่อนเวลาอันควรอย่างนี้เลย
พูดจบก็สตาร์ทเครื่องและนำรถคลานเอื่อยออกจากวัด ทิ้งงานศพอีกงานไว้เบื้องหลัง
ตลอดทางกลับบ้าน ณชะเลพยายามชวนคุยเรื่องเป็นมงคล เพื่อให้น้าสาวลืมเรื่องอัปมงคลทั้งปวงเสีย และอเวราก็แสดงให้เห็นว่าหล่อนมีธรรมะเป็นภูมิคุ้มกันทุกข์อย่างเยี่ยมแล้วจริงๆ ปมเศร้าหลายซับหลายซ้อนที่ประดังกันเข้ามาเรื่อยๆ ไม่อาจบีบคั้นให้เศร้าได้อีกต่อไป อย่างน้อยหล่อนก็ยังสามารถคุยในเรื่องที่เป็นมงคลได้ด้วยเสียงปกติอยู่
แวะส่งจองฤกษ์ที่บ้านชั้นเดียวของเขา เมื่อจอดหน้าประตูรั้ว เด็กหนุ่มก็ชวนแฟนสาวว่า
แวะบ้านเราก่อนไหม?
แวะทำไม?
ก็
โอกาสเหมาะ มีน้าเค้กมาเป็นเพื่อน ถือเป็นฤกษ์งาม จนป่านนี้ทรายยังไม่เคยให้เกียรติมาเหยียบบ้านเราเลย
ไม่มีธุระนี่ เอาไว้มีเหตุผลสมควรก่อน
ก็มีเหตุผลอยู่นะ เราซื้อตุ๊กตาเสือเจ้าเล่ห์ตัวโตๆ ไว้นั่งรอต้อนรับทรายนานแล้ว ท่าทางมันเหงาน่าดูเลยล่ะ ไม่มีโอกาสทำหน้าที่ซักที
หวังว่าคงมีแต่เสือเจ้าเล่ห์ ไม่มีคนเจ้าเล่ห์อยู่ในบ้านนะ ณชะเลอมยิ้มตอบ เกือบใจอ่อน แต่เกรงว่าลงแล้วต้องอยู่ยาว จึงขอผัดเวลา ไว้จะชวนฝนมาเที่ยวสักทีก็แล้วกัน แม่คงไม่ว่าแล้วมั้ง
ไม่ต้องเกรงใจน้านะ น้าลงไปเป็นเพื่อนได้
ไม่เกรงใจน้าเค้กก็ต้องเกรงใจแม่ค่ะ ถ้าเข้าไปเดี๋ยวเดียวก็เหมือนไม่ได้เข้าอยู่แล้ว เอาไว้วันหลังค่อยแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นกิจจะลักษณะนานๆ ดีกว่า
จองฤกษ์ยักไหล่ ไม่แสดงท่าผิดหวังมากนัก
ตามใจ แล้วเจอกัน
สวัสดีครับน้าเค้ก
ค่ะฤกษ์ สวัสดี
ล่ำลาเรียบร้อย พออยู่กันตามลำพังสองคนณชะเลก็นึกอยากชวน
คืนนี้น้าเค้กนอนที่ห้องทรายไหมคะ? พรุ่งนี้วันหยุด เผื่อจะได้ไปทำบุญด้วยกันแต่เช้า
ไม่รบกวนเหรอ?
ถ้าไม่ค้างน่ะค่ะ จะรบกวนจิตใจมากเลย อยากสัมภาษณ์อะไรน้าเค้กเยอะแยะ
งั้นเก๊าะโอเค!
ไม่มีใครสังเกตว่าตั้งแต่ออกจากวัด มีรถฮอนด้าแจซคันหนึ่งแล่นตามมาด้วยอย่างกระชั้นชิด ไฟคู่หน้าจับท้ายรถของอเวราประดุจแสงตาจงอางที่เลื้อยร่างแล่นเร็วตามเหยื่ออย่างมาดหมาย เมื่ออยู่บนถนนก็รักษาระยะห่างไว้ค่อนข้างคงเส้นคงวา ชนิดแทบต้องปาดหน้าปาดหลังรถอื่นหลายครั้งเพื่อให้ทันกันไม่คลาด
และระหว่างที่อเวราจอดรถหน้าประตูรั้วส่งจองฤกษ์ลงนั้น รถคันดังกล่าวก็แกล้งแล่นเลยไปจอดซุ่มไม่ไกลนัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่รู้ว่าความเลือดเย็นในสายตาของคนขับน่ากลัวเพียงใด ขณะอาศัยกระจกมองหลังเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวต่างๆ ของสองสาวผู้แสนโสภิต